ก่อนจะเริ่มทริปอิตาลี่... สิ่งแรกที่เราต้องมีคือ “VISA” นั่นเองงงงงงง

ที่อิตาลีจะใช้วีซ่าแบบ Schengen Visa นะคะ คือเป็นวีซ่าที่สามารถเข้ายุโรปได้อีกหลายๆ ประเทศเลยค่ะ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเชก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี ลัตเวีย ลิธัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวัก สเปน สวีเดน นอร์เว ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ... เยอะมากกกกกจริงๆ 5555555

แล้วถ้ามันไปได้ตั้งหลายประเทศ เราควรขอประเทศไหนดี? ประเทศไหนก็ได้รึเปล่า หรือถ้าทริปนี้เราจะไปตั้งสามประเทศ เราต้องขอที่ประเทศไหนล่ะ? ... คือแบบนี้ค่ะ ถ้าทริปนั้นเราเข้าแค่ครั้งเดียว เราก็ขอประเทศที่เราจะเข้า อย่างทริปนี้เฟิร์นไปอิตาลี่ เฟิร์นก็ขอวีซ่าอิตาลี่ แต่ถ้าทริปนี้สมมุติว่าเฟิร์นไปสวิส ฝรั่งเศส อิตาลี่ เฟิร์นต้องขอประเทศไหนดี? คำตอบคือ ขอประเทศแรกที่เราเข้า หรือ ประเทศที่เราแพลนไว้ว่าจะอยู่นานสุดนั่นเองค่ะ

แต่บางคนก็จะมีทริคว่า จริงๆ จะไปประเทศ A แหละ แต่ประเทศ A ให้วีซ่ายาก ให้น้อยวันด้วย งั้นไปขอประเทศ B แทนแล้วกัน (แต่ไม่ได้ไปประเทศ B จริงนะ) อะะ เมื่อก่อนมันก็อาจจะได้ แต่ตอนนี้.... อย่าาาา!!!! เราได้ยินมาว่า ถ้าทำแบบนี้ ตม. เค้าจะรู้นะคะ แล้วเค้าอาจจะส่งตัวเรากลับ หรืออาจจะมีผลต่อการขอเชงเก้นวีซ่าครั้งต่อไป เพราะฉะนั้นนน อย่าขี้โกงกันเลยเนอะๆ

เกริ่นมาค่อนข้างยาว น่าจะพอเห็นภาพกันบ้าง งั้นเฟิร์นจะมาพูดถึงการขอวีซ่าประเทศอิตาลีอย่างเดียวเลยนะคะ

การเตรียมเอกสาร

เอกสารขอวีซ่าอิตาลี่ค่อนข้างเยอะค่ะ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  1. Passport  (อย่าลืมดูวันหมดอายุด้วยนะคะ คือต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไปค่ะ หมายถึงว่า ถ้าเราจะเดินทางเดือน 6 พาสปอร์ตเราต้องต้องไม่หมดอายุก่อนเดือน12 ค่ะ งงมั้ย555555)  ส่วนถ้าใครมีเล่มเก่า เอาติดไปด้วยนะคะ เอาไปสองเล่มเลย
  2. สำเนาหน้าแรก Passport ของเล่มใหม่ พร้อมเซ็นต์สำเนาถูกต้อง ทั้งหมด 2 ชุด  ส่วนถ้ามีเล่มเก่า ให้ถ่ายสำเนาหน้าแรกของเล่มเก่าไปเผื่อด้วย 1 ชุดค่ะ
  3. ข้อนี้แล้วแต่นะคะ จริงๆ ไม่ต้องมีก็ได้ แต่เฟิร์นถ่ายไว้เผื่อว่าจะทำให้เค้าให้ผ่านง่ายขึ้น ก็คือเฟิร์นจะถ่ายสำเนาวีซ่าของอเมริกา และเชงเก้น ที่เคยได้ ของทั้งเล่มเก่าและเล่มใหม่ค่ะ
  4. รูปถ่ายสี ขนาด 3.5 x 4.5 นิ้ว พื้นหลังขาว จำนวน 2 ใบค่ะ อันนี้บอกร้านถ่ายรูปก็ได้ค่ะว่าจะใช้รูปไปขอวีซ่าอิตาลี่
  5. สำเนาบัตรประชาชน
  6. สำเนาทะเบียนบ้าน (เอาตัวจริงติดไปด้วยก็ได้ค่ะ) อันนี้เฟิร์นไม่ได้แปลนะคะ ก็ผ่านค่ะ เค้าไม่ได้ว่าอะไร
  7. จดหมายรับรองการทำงาน ขอเป็นภาษาอังกฤษนะคะ หรือถ้าใครเป็น Freelance แบบนี้ให้เขียนเป็นจดหมาย Declair ตัวเองค่ะ ขึ้นต้นว่า TO WHOM IT MAY CONCERN ไม่ต้องระบุสถานทูตค่ะ แล้วก็เขียนแนะนำตัวไปว่าเป็นใคร เลขพาสปอร์ตอะไร ทำงานอะไร จะไปทำอะไรที่อิตาลี่ อะไรแบบนี้ค่ะ
  8. Statement ย้อนหลัง 6 เดือนค่ะ ขอเป็นภาษาอังกฤษ สกุลเงินยูโรนะคะ และต้องขอไว้ไม่เกิน 7 วันก่อนไปยื่นวีซ่าค่ะ (จริงๆ อันนี้ถ้าใครขอผ่านแอพได้ก็ขอผ่านแอพแล้วปริ้นออกมาได้เลยค่ะ
  9. Bank  Guarantee อันนี้เป็นเอกสารรับรองการเงินจากทางธนาคาร ต้องไปติดต่อธนาคารค่ะ บอกเค้าขอเป็นภาษาอังกฤษ สกุลเงินยูโรค่ะ
  10. จดหมายรับรองการทำงานค่ะ อันนี้ต้องขอไว้ไม่เกิน 30 วันค่ะ ไม่งั้นใช้ยื่นไม่ได้นะคะ อันนี้ก็ภาษาอังกฤษเช่นกันค่ะ
  11. ประกันการเดินทาง ลองหาประกันแบบที่เค้าจะคืนเงินถ้าไม่ได้วีซ่าก็ดีนะคะ
  12. ใบจองตั๋วเครื่องบิน อันนี้แล้วแต่เลยค่ะ ถ้าคิดว่าได้วีซ่าแน่ๆ จะจองตั๋วเลย แล้วเอาไปยื่นเลยก็ได้ แต่ถ้าใครไม่อยากเสี่ยง ให้เอาเป็นใบจองตั๋วเครื่องบินก็พอค่ะ มีหลายวิธีมาก ง่ายสุดก็ให้เอเจนซี่ออกให้ แต่เสียเงินนะคะ ถ้าใครไม่อยากเสีย ลองหาดูค่ะ มีหลายสายการบินที่เราสามารถจองก่อนได้ เค้าจะออกใบจองมาให้เรา แล้วเค้าจะ hold ตั๋วเราประมาณ 72 ชั่วโมง ถ้าเรายังไม่จ่ายเงินเค้าก็จะตัดออก แต่ใบจองนั้นก็คือสามารถเอาไปยื่นขอวีซ่าได้ค่ะ
  13. ใบจองโรงแรม ข้อนี้ก็เช่นกันนะคะ แนะนำว่าจองแบบที่แคนเซิลได้ดีกว่า เผื่อวีซ่าไม่ผ่านจะได้ไม่เสียเงินฟรีค่ะ อย่าง booking.com อันนี้ก็จะสามารถจองก่อน จ่ายทีหลังได้ แต่ต้องอ่านเงื่อนไขดีๆ นะคะ ว่าแคนเซิลได้มั้ย กี่วันก่อนเดินทาง  และอีกอย่างที่สำคัญเลย สมมุติเฟิร์นเป็นคนจอง มันก็จะมีชื่อเฟิร์นอยู่ที่ใบจอง แต่สมมุติเฟิร์นไปกับเพื่อน ไม่มีชื่อเพื่อนเนี่ย เพื่อนเอาใบนั้นไปขอวีซ่าไม่ได้นะคะ เราต้องเพิ่มชื่อให้ครบ โดยเข้าไปที่ manage my booking เข้าต่อไปที่ guest detail แล้วใส่เพิ่มไปค่ะ หรือโทรไปที่เบอร์ 02-610-5824 เป็นเบอร์ booking ในไทย บอกให้เค้าช่วยเพิ่มชื่อให้ค่ะ
  14. แผนการเดินทาง ว่าเราไปไหนยังไงบ้าง วันไหน พักไหน อะไรแบบนี้ค่ะ
  15. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า ลิ้งนี้นะคะ http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/thai/pdf/short_stay.pdf
  16. ใบจองคิวนัดหมายทำวีซ่า เข้าไปจองที่ลิ้งนี้ค่ะ http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/thai/schdule-an-appointment.html
  17. ใบ checklist ที่ลิ้งนี้ค่ะ โหลดไว้แล้วปริ้นออกมานะคะ http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/pdf/Tourist_Checklist_291015.pdf ลงชื่อไว้ก่อนได้แต่อย่าพึ่งติ๊กนะคะ เจ้าหน้าที่จะเป็นคนจัดการค่ะ

การขอวีซ่า

ถ้าเตรียมเอกสารด้านบนเสร็จเรียบร้อย นัดหมายเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรอนอนรอให้ถึงวันนั้นค่ะ 55555 พอถึงวันแล้วให้ไปที่สีลมคอมเพล็กซ์นะคะ แถวนั้นรถติดมาก ใครไม่อยากขับรถ ก็สามารถนั่ง BTS ลงศาลาแดง หรือ MRT ลงสีลม ก็ได้ค่ะ แล้วไปสีลมคอมเพล็กซ์ ตึก C ชั้น 15 นะคะ ไปก่อนถึงเวลานัดซักครึ่งชั่วโมงนะคะ เผื่อขาดเหลืออะไรจะได้หาทัน หลังจากนั้นก็คือทำตามที่เจ้าหน้าที่บอกเลยค่ะ ง่ายมาก ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะ

สำหรับค่าทำวีซ่า อันนี้จำไม่ได้จริงๆ แต่รวมแล้วทั้งค่าทำวีซ่า ค่าบริการ และค่า SMS ก็ประมาณ 3,000 นิดๆค่ะ

และในที่สุดเฟิร์นก็ได้วีซ่าแล้วค่าาาา เร็วมากๆ เฟิร์นขอไปวันจันทร์ วันพุธก็ได้รับ SMS ให้ไปรับเล่มได้ ใช้เวลาดำเนินการแค่ 3 วันเองงง เร็วมากๆ เฟิร์นได้แบบ multiple มา แบบ 3 เดือนค่ะ ถือว่าไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็คงยังไม่ได้ไปในเร็วๆนี้ ก็โอเค่ะ โดยรวมแล้วถือว่าโอเคเลยค่ะ ถึงเอกสารจะเยอะหน่อย แต่เจ้าหน้าที่ใจดีค่ะ ไม่โหดเลย สงสัยอะไรก็ถามได้ค่ะ การทำงานรวดเร็วดีมากเลยยยย .. ถ้าใครมีคำถามอะไรคอมเมนต์ถามไว้ได้นะคะ ถ้ารู้จะมาตอบให้ค่าาาา เฟิร์นหวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์นะคะ 🙂