TAIWAN 4th TIME
ถ้าใครที่ตามเพจเรามาซักพักคงคิดว่าเฮ้ยยยย เราไปไต้หวันอีกแล้วหรอออ.. นั่นสิ!! ไต้หวันอีกแล้ว!!  แต่ถึงจะมาบ่อยแค่ไหนเราก็ไม่เคยเบื่อเลย เราว่าไต้หวันเป็นประเทศที่มาได้เรื่อยๆ อย่างครั้งนี้เราก็จะเน้นออกนอกเมืองบ้าง รูทที่เราไปครั้งนี้คือ....

“ Sun Moon Lake - Cingjing - Hehuashan - Taipei "

เราว่าครั้งนี้เรามาคุ้มอยู่นะ ได้ทั้งปั่นจักรยานริมทะเลสาบที่น้ำสวยใสเป็นสีฟ้า นั่งกระเช้าขึ้นไปดูหมู่บ้านวัฒนธรรมอะบอริจินฟอร์โมซาน ไปให้อาหารน้องแกะในฟาร์ม เดินชมวิวภูเขาบนSky walk  เดิน Trekking ที่หนึ่งในเขาที่สวยที่สุดในไต้หวัน  เดินชิลเมือง และหาของกินอร่อยๆทั้งคาวหวาน เป็นอีกรูทที่แนะนำอยากให้ไปกัน เพราะไปไม่ยาก และสวยด้วยยย  🙂

Day 1 (Taoyuan - Sun moon lake)

ทริปนี้เราเดินทางออกจากดอนเมืองโดยสายการบิน NokScoot ออกกันตอนเที่ยงคืนครึ่ง ไปถึง Taipei กันแต่เช้า... ที่บอกว่าเช้านี่คือเช้าจริงๆ นะะะ เช้าแบบบบบบ  ตี 5:10 !!!  คือมันเช้ามากกกก ตอนแรกเรานึกว่าเราต้องนั่งเล่นนอนเล่นในสนามบินนานแน่ๆ แต่ไปๆมาๆ พอออกจากที่ตรวจคนเข้าเมือง ไปถึงที่รับกระเป๋า ตรงนั้นเค้าจะมีห้องอาบน้ำอยู่ แน่นอนว่าเราจะต้องอาบบบบบ   ซึ่งจะบอกทริคว่า ให้พกผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยน เอาไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเลย เพราะถ้ารอได้กระเป๋าก่อน กลับมาอีกทีคิวจะยาวแล้วจ้าาาา แต่ห้องน้ำที่นี่คือโอเคเลยนะ มีสบู่มีแชมพูและไดร์เป่าผมให้ด้วย

อาบเสร็จหาอะไรกินกันก่อนค่ะ ถ้าใครอยากหาอะไรกินในร้านสะดวกซื้อ ออกจากที่รับกระเป๋ามา เดินไปทางขวามือ เดินลงบันไดเลื่อน จะเจอ Hi-life อยู่ แต่ถ้าใครอยากทานจริงจัง เดินออกจากที่รับกระเป๋าไปทางซ้าย ตามป้าย food court ไปได้เลยยยยย

กว่าจะกินเสร็จ ซื้อซิมได้พอดีค่ะ ซิมที่สนามบินไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมงนะคะ เปิดเช้าสุดคือ 7 โมง เดินออกจาก ที่รับกระเป๋า ไปทางซ้ายสุดทางเดินเลยค่ะ (จริงๆ นอกสนามบินก็มีขายแหละ แต่ในสนามบินถูกกว่า เป็นโปรสำหรับนักท่องเที่ยว) 500 NTD เท่านั้นน
ซื้อซิมเสร็จแล้ว วันแรกเราจะตรงไป Sun Moon Lake กันเลย....
วิธีไป Sun moon lake มีหลายวิธีค่ะ แต่เราจะเลือกวิธีที่เร็วที่สุดกัน ก็คือจากสนามบิน ให้นั่ง Taoyuan Airport MRT ไปลง Taoyuan ค่ะ  คนละ 35 NTD แป๊บบบเดียวก็ถึงงง  พอถึงแล้วก็ซื้อตั๋ว HSR คนละ 540 NTD ไปลง Taichung ค่าา
ที่สถานี Taoyuan เราสามารถขึ้นบัส และซื้อพาสสำหรับ Sun Moon Lake ได้ที่ทางออก Exit 5 ชั้นล่างค่ะ  ส่วนเรา เรามากันหลายคนเลยเช่ารถพร้อมคนขับไปที่ Sun moon lake เลย  เป็นรถ Volkswagen นั่งได้ 5-9 คน ในราคา 3,000 TWD ซึ่งเราว่ามันคุ้มกว่า ถ้ามาหลายคนก็หารๆกันไป  ใครสนใจติดต่อได้ทางไลน์ cingjingbus เลยจ้า
ที่แรกที่เรามากันคือ Formosan Aboriginal Culture Village มาถึงที่แล้ว เพื่อความอินและกลมกลืนให้สุด เราต้องเปลี่ยนชุดกันหน่อยยยย

ที่นี่ใหญ่มากกกกก ถ้าจะเดินให้ครบต้องมีเวลา 1 วันเต็มๆ เราเองก็เดินไม่ครบ เอาเป็นว่าจะเล่าเท่าที่ได้ไปให้ฟังก่อนนะ

ในนี้แบ่งเป็น 2 โซนนะ คือโซนหมู่บ้านเก้าชนเผ่า และโซนเครื่องเล่นต่างๆ  ขอเริ่มที่หมู่บ้าน 9 ชนเผ่าก่อน   ทุกวันเวลา 11:30 น. จะมีโชว์ของชาวชนเผ่าที่ Ritual Theatre ค่ะ เราแต่งชุดชนเผ่า เลยโดนชวนไปเข้าร่วมพิธีกรรมเลย ฮ่าๆ สนุกกกกกกๆ

ดูโชว์เสร็จ ข้างๆ กันจะมีเหมือนเป็น museum ขนาดย่อมๆ ให้ดู สภาพที่อยู่ การแต่งตัว อุปกรณ์ล่าสัตว์ ไปจนถึงพิธีต่างๆ เช่นพิธีแต่งงาน  นี่ๆ จะแอบเม้าว่าการแต่งงานที่นี่นะ สมมุติว่าผู้ชายมาจีบผู้หญิงคนนี้ 2 คนใช่มั้ย แล้วผู้หญิงเลือกคนนึง พอถึงวันแต่งงาน อีกคนที่ไม่ถูกเลือกก็จะต้องไปร่วมงานแต่งด้วย โอยยยย ใจร้ายยยย เฮิทแทนนน

เดินออกมาจะมีร้านขายของฝาก ลองเดินดูกันได้ค่ะ
ถ้าเดินจนเหนื่อย มาหาอะไรทานกันค่ะ Bamboo Rice & BBQ set meal เป็นอาหารแบบชาวเผ่าๆ  มาถึงนี่แล้วต้องลอง
ย้ายมาโซนเครื่องเล่นกันบ้าง... แต่สารภาพตามตรงนะว่าเรา.... ‘ป๊อดดดด’ !!!  กล้าเล่นแค่โซน Aladdin Pavillion ที่จะเป็นโซนเครื่องเล่นเด็กน้อย น่ากลัวสุดในโซนนี้เป็น VR ที่พาตะลุยอวกาศ  ไม่น่ากลัว แต่สนุกดีค่ะ
จริงๆ มีอีกหลายเครื่องเล่นเลยยยยย  น่ากลัวสุดในนี้สำหรับเราคือเครื่องเล่นนี้ค่ะ ‘UFO’ ใครจะเล่นเล่นเลยยยย เราขอลาาาาา บายยยยยย
ส่วนอันนี้ Maya adventure อันนี้ถ้ามีเพื่อนเล่นด้วยก็พอจะทำใจกล้าเล่นได้ แต่ไม่มี นี่ก็เลยป๊อดเลยจ้าาาาา คือนั่งแบบห้อยขาๆ แล้วมันก็จะวนไปวนมา ตีลังกาบ้าง เหวี่ยงซ้ายขวาบ้าง เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ยังทำใจไม่ไดดดดด้ คือขึ้นไปต่อแถวแล้วนะ แต่มาป๊อดในวินาทีสุดท้ายยยย ใครได้เล่นมาเล่าให้เราฟังด้วยนะ
นอกจากนั้นยังมีเครื่องเล่นอีกเยอะมาก ล่องแก่งก็มี แล้วก็ยังมีเครื่องเล่นอีกหลายโซนที่กำลังสร้างเพิ่ม รวมถึงสวนน้ำด้วยค่ะ อีกไม่นานน่าจะได้ลองไปเล่นกันนะ  ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่
เวลาเราน้อย นั่งกระเช้ากลับลงไป Sun moon lake กันค่ะ....
ลงมาแล้วเราจะเจอท่าเรือ Ita Thao  ตรงท่าเรือจะมีซอยให้เข้าไป ของกินเพียบบบบบบบบ. ที่เราชอบมากคือข้าวยัดไก่ อร่อยมาก แบบบมากๆๆๆๆ รักกกกกกกกกกกกกก ชิ้นละ 65 NTD ค่า ให้ใครลองก็ติดใจ ไปกินนนน!
เรานั่งเรือข้ามกลับมาที่ท่า Shuishe นะคะ เพราะที่พักเราอยู่ฝั่งนี้ 
ที่พักคืนนี้ของเราชื่อ Shaoguang188  โลเคชั่นดีเลยนะ อยู่ใกล้กับ Visitor Center , ท่าเรือ และมินิมาร์ท   ข้างหน้าจะดูเหมือนเป็นตึกแถวเล็กๆ แต่ห้องดีมากกกกก และกว้างด้วยยย มีอ่างใหญ่ๆ ให้แช่ มีแบบผงแช่น้ำให้ด้วย น้ำและขนมในห้อง กินได้หมดด ฟรีจ้าาาาา. ทีวีมี Netflix ให้ดูฟรีอีกกก ราคาคืนละ 4,000 กว่าๆ แต่ถ้าห้องข้างล่างสุดจะถูกกว่ากันหน่อยเพราะไม่มีระเบียง แต่ถ้าถามเรานะ จองข้างล่างไปเถอะ ระเบียงเล็ก ไม่ได้ใช้เลย แล้วจะขึ้นข้างบนนี่มีแต่บันไดนะ แบกของเหนื่อยเลย อะไปดูห้องกัน

เย็นนี้เราอยากปั่นจักรยานเล่น แต่ร้านจักรยานส่วนใหญ่จะให้คืนก่อน 6 โมง แล้วเราว่าช่วงที่บรรยากาศมันดีๆ ก็คือช่วง 6 โมงนี่แหละ  แถมพรุ่งนี้เช้าตรู่เรากะจะปั่นจักรยานไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วย เลยตัดสินใจเช่าจักรยานแบบค้างคืนเลยละกัน ให้ที่พักติดต่อให้ ได้มาคันละ 600 NTD แพงอยู่ แต่เราอยากปั่นจริงๆ ยอมจ่ายค่ะ

ส่งท้ายวันนี้ด้วยบรรยากาศยามเย็น ณ ทะเลสาบสุริยันต์จันทรา 🙂

Day 2 (Sun mon lake - Cingjing)

อย่างที่บอกว่าเช้านี้เราจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน  สวยมากเลย เราชอบพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่มากๆ

หลังจากดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จเราก็ปั่นจักรยานเล่นกันต่อ บรรยากาศตอนเช้าที่ Sun moon lake ดีมากกกกก คนน้อยมาก สงสัยไม่ตื่นกัน 555555 ใครได้พักค้างคืนที่ Sun moon lake ลองตื่นมาสูดอากาศ ปั่นจักรยานยามเช้าดูนะ

ตรงนี้เป็นที่ประจำของเราเลย ตอนเช้าจะเงียบ ไม่มีคน มีโต๊ะให้นั่งเล่น ซื้ออะไรมาแวะทานตรงนี้คือดีมาก แสงลงอ่อนๆ ทำให้น้ำยิ่งกลายเป็นสีเขียวมรกตกว่าเดิม

กลับมาที่พัก ทาน Breakfast กันค่ะ ที่นี่เค้าจะเสิร์ฟเป็นเซทให้เลย ตั้งแต่เครื่องดื่ม สลัด และอาหารเช้า อยากบอกว่าอร่อยยยยมากกกกกๆๆ ขนาดสลัดยังอร่อยเลย โอยยยยดีงามมมมม ที่พักนี้คือ THE MUST!

วันนี้เราจะไป Cingjing Farm กันค่ะ จาก Sun Moon Lake สามารถนั่งบัสไปได้เลยค่ะ เราจองผ่านไลน์เดิมเลย cingjingbus แต่คราวนี้เราจองแบบ shuttle bus นะคะ ในราคา 450NTD ต่อคน (จองล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง 1 วัน) มี2เวลาให้เลือกคือ 11โมง และเย็น 4:30 ค่ะ ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงครึ่งก็จะถึงค่ะ เราสามารถบอกชื่อที่พักได้นะคะ เค้าจะจอดส่งตามที่พักให้. หรือใครอยากได้ Private car ก็ 3,000 NTD เหมือนเดิมค่ะ อยากแวะไหนก็แวะได้
สำหรับที่ Cingjing เราพักที่ Sunnydale B&B เป็นอีกที่พักดีงามมมมมมที่อยากจะแนะนำ
เป็นที่พักวิวดีมากกกกก คือระเบียงห้องพักเห็นวิวภูเขาเลย
เราพักห้อง Loft Double Room ห้องกว้างใหญ่สุดดด มีสองเตียงใหญ่ๆ โซฟาอีกหนึ่ง แต่ที่กรี๊ดสุดคือห้องน้ำ ที่มีอ่างแช่น้ำขนาดใหญ่ เราเปิดประตูให้อากาศเย็นเข้ามา แล้วแช่อ่างน้ำอุ่นที่โยน Bath bomb ลงไปให้เกิดฟอง นอนแช่ไปมองวิวภูเขาไป โคตรฟินเลยยยย ดีมากกกกถึงมากที่สุด

ห้องเราวันธรรมดาจะราคา 4,100NTD นะคะ แต่จริงๆยังมีห้องอีกหลายแบบ หลายราคาเลยค่ะ ลองเข้าไปดูกันได้ที่  http://www.sunnydale.idv.tw/room_2.php

ใกล้ๆที่พักจะมีร้านอาหารชื่อ Sunshine Villa เป็นอาหารไต้หวัน (ที่เหมือนๆกับอาหารจีน) อร่อยถูกปากคนไทยอยู่นะ

ตรงข้ามที่พักจะเป็น Bus station ยืนเราฝั่งตรงข้ามที่พักเพื่อนั่งรถบัสขึ้นไปที่ Cingjing Farm ได้เลย ไปลงแถวลานจอดรถนะคะ จะได้เดินชมวิวลงมาเรื่อยๆ

ค่าเข้าฟาร์ม (Green Green Grassland) วันธรรมดา 160NTD วันหยุด 200NTD

อากาศบนนี้ถึงแม้จะเป็นตอนกลางวันแต่ก็ไม่ร้อน ด้วยความที่อยู่บนเขา อากาศก็จะเย็นสบายตลอดปีค่ะ

ถ้าใครอยากถ่ายรูปกับน้องแกะ แนะนำว่าให้ซื้อขนมที่เค้าจะขายในนี้มา แล้วเขย่าๆ กล่อง น้องแกะจะวิ่งเข้ามารุมมมมม เราก็จะกลายเป็นสาวฮอตในหมู่แกะ เย้!

เดินลงมาจนสุดทางออกจะเจอ Cingjing Skywalk ที่พึ่งเปิดเมื่อตอนเดือนพฤษภาคม 2560 นี้เองค่ะ  สำหรับค่าเข้า จะคนละ 50NTD จะเปิดตั้งแต่ 7:30-17:00 แต่ว่าขายบัตรถึงแค่ 16:30 นะคะ

ระยะทางของ Cingjing Skywalk อยู่ที่ประมาณ 1.2 กิโล ด้วยความสูง 1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไม่เหนื่อยนะ เดินได้ชิลๆเลยค่ะเพราะอากาศดีมากกกก 🙂

แล้วก็กลับมาดูพระอาทิตย์ตกที่ระเบียงห้อง จริงๆพระอาทิตย์ตกอีกฝั่งนึงนะคะ แต่ฝั่งนี้สีของท้องฟ้าก็สวยยอยู่ดี

ค่ำนี้เราไปทานอาหารที่ Florence Resort Villa กันค่ะ อยากจะบอกว่า Roasted Lamb Chop with Cream of Mustard Seed Sauce อร่อยมากกกกก มีอะไรกรอบๆเคลือบด้วย ละเนื้อคือชุ่มมากกก รักกกกและโหยหา อยากกินอีกกกก ราคาจะแรงหน่อย อยู่ที่ 850NTD แต่คือคุ้มจริง

ส่วนอันนี้ Grilled Rib Eye Steak with Mixed pepper Sauce เนื้ออมาชิ้นใหญ่โต รสชาติดีงามพอกัน แต่ใจโหยหา lamb มากกว่าาา จานนี้ราคา 1,150NTD ค่ะ

นอกจากอาหารคาวแล้ว ที่นี่ยังมี chocolate ให้เลือกอีกหลายแบบเลย จะทานหลังจากของคาวก็ได้ หรือจะซื้อกลับไปเป็นของฝากก็ดีเลย มีทั้ง fresh chocolate ที่นุ่มละลายในปาก และ chocolate ที่มีไส้ข้างใน

หนังท้องตึง หนังตาหย่อน โอเค นอนได้ !

day 3 (hehuashan - taipei)

ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วทริปนี้เรากะอยู่แค่บริเวณ Cingjing นี่แหละ แต่เมื่อวานตอนถึงที่พัก คุณป้าเจ้าของที่พักเค้าเอาทัวร์สถานที่นึงมาล่อตาล่อใจเรา เป็นสถานที่ที่อยากไปมานานแล้ว นั่นคือออออ “HEHUASHAN”  หนึ่งในภูเขาที่สวยที่สุดในไต้หวัน แต่อาจไม่เป็นที่นิยมเท่า Alishan เพราะว่าการเดินทางจะยากและไกลกว่าถ้ามาจาก Taipei  แต่ไหนๆ เราก็อยู่ Cingjing ที่ขับต่อไปอีกเพียงแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง แบบนี้จะพลาดได้ไงงง เราเลยจองทัวร์ชมพระอาทิตย์ขึ้นกันเลย ในราคาคนละ 400NTD ต้องจองล่วงหน้าก่อนวันนึงนะ เราจองผ่านที่พักเราเลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่ได้พักที่นี่ก็จองผ่านไลน์เดิมเลยค่ะ cingjjingbus

แต่พอก่อนถึงเวลาที่รถจะมารับ ( 3:30-4:30 แล้วแต่เค้านัดนะคะ ขึ้นอยู่กับแต่ละวันและสถานที่พักที่เค้าต้องไปรับด้วย ) เค้าบอกเราว่าวันนี้หมอกลงจัด อาจไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นนะ จะยังไปอยู่มั้ย?  เราตัดสินใจเปลี่ยนจากทัวร์พระอาทิตย์ขึ้นเป็น half day tour แทนค่ะ ซึ่งรถจะมารับตอน 8:30 ก็จะมีเวลานอนต่อหน่อยๆ   จน 6 โมงกว่าเราตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นจากระเบียงห้องนอน สวยมากจริงๆ ตราตรึง 🙂

08:30 ถึงเวลาออกจากที่พักแล้วค่ะ เราใช้เวลาไม่นนานมาก ประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็ถึง ทางไม่ได้เหวี่ยงและชันมาก ไม่เมารถนะ

ถึงแล้ว Hehuashan!!!!  ตื่นเต้นนนนเพราะมันสวยมากกกก ฮืออออ มีหมอกด้วยยย แต่จะบอกว่าหนาวมากก ละคือเราไม่ได้เอาเสื้อหนาวไปเพราะไม่ได้แพลนล่วงหน้าว่าจะมา โชคดีที่คุณป้าเจ้าของบ้านก็ไปหายืมมาจนได้ เลยรอดไป ไปงั้นแข็งตายแน่

จริงๆบนนี้มีที่พักด้วย มีแค่ที่เดียวเลย แต่น่าจะจองยากมากๆ คิวน่าจะยาวอยู่ ถ้าใครได้นอนนี่โชคดีมากอะ

เราจะ Trek กันแบบรูทสั้นๆ คือ Mt.Shihmen ด้วยความสูง 3,237 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไปกลับประมาณชั่วโมงนึงแบบเดินชิลๆ (แต่ถ้าแว๊บถ่ายรูปบ่อยอย่างเราก็จะนานกว่านั้นหน่อย แฮ่)

ตลอดทางคือสวยมากจริงๆ เขียวขจีไปหมด อากาศก็ดี มีหมอกมาเป็นระยะๆ แล้วซักพักลมก็จะพัดหมอกไป

ยิ่งเดินขึ้นไปถึงจุดสูงสุดยิ่งสวย มันเขียวไปหมดเลย  มีอยู่ครั้งนึงเรายืนอยู่บนยอดแล้วลมแรงมาก ลมพัดหมอกมาทางเราจนผ่านตัวเราไป มันรู้สึกสดชื่นมากก โอยยยย ธรรมชาติยิ่งใหญ่  Feel fresh!

เราอยู่บนนั้นกันนานพอสมควรเลยเพราะมันเพลิน ยังไม่อยากกลับ ถ้าให้นั่งมองต้นไม้สีเขียวกับลมเย็นๆแบบนี้ทั้งวันก็อยู่ได้ แต่ถ้ายังไม่กลับตอนนี้จะตกรถนะ!!!

ขากลับ เราแอบเดินแบบ short cut หน่อยคือเดินตัดลงมาที่ถนนข้างล่าง เพราะจะเดินง่ายกว่า เหนื่อยน้อยกว่า

เรากลับมาถึงที่พักก็พอดีมื้อเที่ยงเลย กินกันไปเยอะมาก แต่มื้อนี้ไม่มีรูปนะคะ เพราะหิวมากก...  บอกได้แค่ว่าอาหารที่นี่อร่อยค่ะ ถ้าไม่รู้จะไปกินที่ไหนก็อยู่กินที่พักเลยค่ะ ไม่ผิดหวังแน่ๆ

It’s time to go back.
ปิดท้าย Sunnydale ด้วยรูปนี้ เจ้าของที่พักใจดีและอบอุ่นมาก ให้ความรู้สึกเหมือนครอบครัวจริงๆ  ที่พักดี อาหารอร่อย ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

เรากลับ Taipei โดยคุณป้ามาส่งค่ะ โชคดีที่เค้าลงมาทำธุระพอดีเลยติดรถลงมาซะเลย มาลงที่ HSR Taichung เหมือนเดิมค่ะ นั่งกลับ Taipei คนละ 700NTD ค่ะ

ส่วนที่พักสำหรับ Taipei เราพักที่ Finders Hotel นะคะ เขียนรีวิวเต็มไว้แล้ว ไปอ่านกันได้ที่  http://bivoyage.me/home/finder-hotel-taiwan/

Day 4 (Taipei)

กลับเข้ามาในเมืองแล้ววววว เราจะเริ่มต้นกันที่ของกินก่อน เราอยากกินซูชิและซาชิมิกัน แล้วทีนี้จริงๆ คนไต้หวันก็แนะนำมาหลายร้านมากๆ แต่เรามาจบกันที่ Taipei Fish Market ทั้งๆที่รู้ว่าควรไปลองที่ใหม่ แต่เพื่อนๆเรายังไม่เคยมากัน เลยพามาลองซะหน่อย

วิธีมา คือเราต้องนั่ง MRT สายน้ำตาล ไปลง Zhongshan Junior High School แล้วนั่งแทกซี่ต่อไปค่ะ แต่อย่าบอกว่าจะไป Taipei fish market นะคะ แทกซี่ไม่รู้จัก ต้องบอกว่าไป   上引水產 ADDICTION AQUATIC CO.,LTD.   台北市民族東路410巷2弄18號  
อะ อ่านไม่ออกใช่มั้ย ก็ให้แทกซี่อ่านกันทั้งแบบนี้แหละจ้า.....
ในนี้มันจะมีทั้งโซนที่แบบซื้อสดๆ กลับไปทำกินเอง โซนซื้อแล้วเอาออกไปกินข้างนอก (แนะนำว่าอย่าาา เราว่ามันไม่อร่อยและไม่สด)  ถ้าจะให้ดีควรกินในโซนที่เป็นร้านยืนกินเป็นบาร์ อันนั้นโอเค สด และให้เยอะมากจนกินไม่หมด
อิ่มแล้วต้องเดินย่อย เราไป Meseum of Contemporary Art Taipei (MOCA) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จะจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย โดยเน้นผลงานจากศิลปินท้องถิ่นไต้หวัน อาจมีร่วมกับศิลปินต่างประเทศอยู่บ้าง ซึ่งตัวผลงานจะสลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะคะ ลองเช็คก่อนก็ได้ค่ะว่าช่วงที่เราไปมีผลงานอะไรของใครกำลังจัดโชว์อยู่ ตามเพจนี้เลย  https://www.facebook.com/TaipeiMOCA

ช่วงที่เราไปจะเป็น Mutant Man เป็นวีดีทัศน์อยู่ข้างหน้าทางเข้าเลย ซึ่งแบบตอนแรกก็หลงเข้าไปข้างในแล้วหาอะไรไม่เจอ ไปถามมาถึงรู้ว่าอยู่ข้างนอกนี่น่าาาา แต่ไหนๆ เดินเข้ามาแล้ว เลยถ่ายรูปเล่นและเดินดูโซนของที่ระลึกกันหน่อย ของเค้าก็เก๋ดีนะะ

มาใต้หวันจะพลาดชานมไข่มุกได้ไงใช่มั้ยยย มีร้านชานมไข่มุกร้านนึงที่ดังมาก แต่เราไม่เคยไปเลย ทั้งๆที่มาไต้หวัน 4 รอบแล้ว ครั้งนี้เราเลยต้องไปลองซะหน่อยยยย จะไม่เชื่อรีวิวไหนๆจนกว่าจะได้ลองเอง ร้านที่ว่าคือ “ Chun Shui Tang “ ซึ่งมีหลายสาขามาก แต่สาขาที่ใกล้เราที่สุดตอนนี้คือสาขาในห้างที่ติดกับ MRT Zhongshan เดินเข้าไปในห้างลงไปชั้น B1 ค่ะ  อ่อแต่จริงๆร้านนี้ไม่ได้ขายแค่ชานมไข่มุกนะ เค้าขายอาหารด้วย (เราไม่ได้กินเพราะอิ่มมากกแต่คนบอกว่าอร่อยนะ)

ส่วนชาไข่มุกเราสั่งมาลองสองอย่างคือตัว Classic ของเค้า เป็นชานมไข่มุก ถ้าถามเรา เราว่ามันเฉยๆนะ คือตัวชานมก็หอมจริง แต่ร้านอื่นๆ หลายร้านก็หอมประมาณนี้ แล้วไข่มุกก็เฉยๆมาก ไม่ว้าว ตัวไข่มุกเราชอบร้านดังในตลาดกงก่วนมากกว่าอีกค่ะ 

อีกแก้วจะเป็นเมนูใหม่ เป็นชานมมันม่วง ส่วนตัวเราไม่ชอบ เราว่ากากมันม่วงมันเยอะไปหน่อย กินแล้วฝืดๆ ติดคอๆ แต่ถ้าใครอยากลองก็มาลองเองได้ค่ะ

มื้อเย็นวันนี้เราจะปิดท้ายด้วย ‘ หลู่วโร่วฟ่าน ‘ เมนูโปรดของเรา หน้าตาจะคล้ายๆกับหมูพะโล้ อะไรประมาณนั้น อร่อยมากกก ด้วยความติดใจครั้งนี้เราเลยเสิร์ชหาว่าร้านไหนที่หลู่วโร่วฟ่านอร่อยบ้าง แล้วก็เจอกับร้านนี้ “  My灶 (台北)  เป็นร้านดังที่ CNN เค้าแนะนำ   วิธีมาง่ายมาก นั่ง MRT สายสีเขียวมาลง Songjiang Nanjing ออกทางออก3 พอออกมาให้เลี้ยวขวาซอยแรก เดินตรงไปร้านจะอยู่ทางขวา และเนื่องจากเป็นร้านดังก็เลยเกือบไม่ได้กินค่ะ เพราะไม่ได้จองไปก่อน เลยเดินออกจากร้านหน้าเศร้าคอตก เค้าเห็นคงสงสารมั้งคะ เลยวิ่งตามมาบอกให้กินก็ได้ แต่ต้องรีบกินให้เสร็จก่อนทุ่มนึงนะ เพราะโต๊ะที่จองไว้เค้าจะมากินต่อ ในที่สุดก็ได้กิน!!!!

ซึ่งบอกเลยว่าไม่ผิดหวังงง เพราะมันอร่อยยยยมากกก หมูทั้งหอมและนุ่ม มันหมูมาแบบกำลังดี ไม่เยอะเกินจนเลี่ยน ขนาดเพื่อนเราที่ไม่ชอบกิน ยังต้องสั่งเพิ่ม แต่ราคาคือแรงงงงมาก แรงจริงๆ อย่างข้าวหลู่วโร่วฟ่านที่เราสั่ง ชื่อเมนู Grandma’s Braised Pork ชามนี้ 420NTD !!  คือแพงมากแต่ก็อร่อยจริงๆ ถ้ามีงบเหลือก็น่ามาลอง แต่ควรโทรจองก่อน ตามเบอร์ไต้หวันนี้ค่ะ +886 2 2522 2697

Day 5 ( Taipei - bkk )

ยืนยันว่าชอบหลู่วโร่วฟ่านมาก เพราะเช้านี้เรามากินหลู่วโร่วฟ่านอีกแล้ว!! แต่คราวนี้เปลี่ยนจากร้านดังราคาแรง เป็นร้านดังแบบLocal ที่คนไต้หวันแนะนำกันบ้าง ร้านชื่อว่า “ 金峰魯肉飯 Jinfeng Braised Meat Rice “ ร้านนี้ก็มาง่ายค่ะ นั่ง MRT สายสีแดงหรือเขียวมาลง Chang Kai-Shek Memorial Hall ออก Exit 2 เดินตรงมาอย่างเดียวละเจอเลยยยย!!

ร้านนี้ถือว่าอร่อยสูสีกับ My灶 (台北)นะ ส่วนตัวคิดว่าร้านนั้นอร่อยกว่าหน่อย  แต่ๆๆๆ ราคาต่างกันลิบลับ ที่ Jinfeng เราสั่งหลู่วโร่วฟ่านคนละชาม เพิ่มไข่ด้วย หน่อไม้ (อันนี้อร่อยมาก) แล้วก็สั่งหมูพะโล้แยกมาอีกจาน ทั้งหมดนี้แค่ 150NTD ถูกและดีมีที่นี่จ้าา แต่ถ้าใครมาวันธรรมดาคนจะเยอะมาก เค้าบอกแถวยาวไปไกลเลย MRT อีกนะ   อันนี้ควรมา

หลังจากกินเสร็จเราเลยไปที่ Chang Kai-Shek Memorial กัน เนื่องจากมันใกล้ที่นี่มาก แต่อยู่ได้แปบเดียวค่ะเพราะฝนตก เอาไว้มาใหม่ในวันที่อากาศดีกว่านี้

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่มา Taipei คือนั่ง Taipei Sightseeing Double Decker Bus จะมีสองสายคือสายสีน้ำเงิน จะเริ่มจาก Taipei Main Station ไปจนถึง National Palace Museum (จะผ่าน Grand hotel และตลาด Shilin ด้วย เผื่อใครจะโดดลงก่อนงี้) และสายสีแดง จาก  Taipei main station ไปจบที่ตึก Taipei 101 ค่ะ  ทั้งสองสายจะเริ่มต้นที่ MRT taipei main station ตรงทางออก M4 ค่ะ

สามารถจ่ายด้วย Easy Card ได้ด้วย แล้วใครอยากลงกลางทางก็กด Bell ได้ค่ะ เอาง่ายๆ คล้ายๆนั่งรถบัสแหละ แต่นี่ก็จะมีคนคอยบรรยายข้างทางด้วย
 
 
ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมลองอ่านรีวิวนี้ได้ค่ะ   http://mp.weixin.qq.com/s/MnqtBZ7rH1WQy9zipBAfaw
เรามาลงสุดสายเลย ที่ Taipei 101 แล้วก็มาแวะ Military Village หน่อย คือครั้งที่แล้วมาไม่ตรงกับวันหยุดเลยไม่มีตลาด วันนี้วันหยุดพอดี อยากรู้ว่าจะขายอะไรกันนนน

แต่ก็ดั๊นนนนมาตอนเค้ายังจัดของกันไม่เสร็จอีก เลยได้เห็นแค่นิดๆหน่อยๆ ส่วนใหญ่ก็พวกของแฮนเมดต่างๆ กับเสื้อผ้าแนวๆหน่อย

ส่วนข้างในก็จะมีทั้ง Cafe ร้านขายของ ร้านขาย Ice-cream

มาไต้หวัน อีกเมนูที่พลาดไม่ได้เลยคือเสี่ยวหลงเปา เราลองมากินร้านที่เค้าว่าเด็ดดด คือร้าน Hao Gong Dao’s shop  อยู่ที่ถนน Yongkang street  ที่รวมอาหารอร่อยๆเยอะมากตลอดซอย  เรามาดูร้าน  Hao Gong Dao’s shop กันก่อน ร้านมาไม่ยากค่ะ นั่ง MRT สายสีแดงหรือเหลือ มาลงที่ Dongmen ออกทางออก 5 เดินเข้า Yongkang St. ด้านขวาค่ะ ตรงนั้นของกินเยอะมาก เดินไปเรื่อยๆ ร้านอยู่ขวามือค่ะ
เราสั่งไปสองอย่าง คือ เสี่ยวหลงเปา Pork dumplings (小籠包)   ทั้งหมด 8 ลูก ราคา 120 NTD ค่ะ  อร่อยดีค่ะ ร้อนมาก ลวกปากเลย
แต่เมนูที่เราประทับใจกว่าเสี่ยวหลงเปาคือลูกชิ้นซุป SuZhou soup dumplings ( 蘇式湯餃 ) ลูกเล็กแต่มีถึง 16 ลูก ราคา 180NTD ข้างในจะเป็นซุปที่กลมกล่อมมากๆ ส่วนตัวคิดว่าอร่อยกว่าเสี่ยวหลงเปาค่ะ
นอกจากร้านนี้แล้วบริเวณนี้ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังที่ได้รางวัลอีก ชื่อ Yong Kang Beef Noodle เค้าว่ากันว่าร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่อร่อยที่สุดใน Taipei  เราอยากลองมากกก เสียดายอิ่มซะก่อน ไม่งั้นไม่พลาดแน่
 
และร้านขนมชื่อดัง Smoothie house ด้วยค่ะ จะเป็นไอศกรีมเกล็ดหิมะที่มีผลไม้ เราเดินผ่านร้าน คนเยอะมากกกก เลยขี้เกียจรอ แต่ใครอยากลองก็มาลองละมาบอกเราด้วยนะ

สารภาพว่าจริงๆที่ไม่กิน Smoothie house เพราะเราจะมากิน Koku Cafe ร้านแพนเค้กเด้งดึ๋งที่เราจองคิวไว้ตั้งแต่บ่าย แต่พึ่งจะได้คิวตอน 6 โมงเย็น

เมนูที่นี่จะไม่มีเมนูภาษาอังกฤษนะคะ แต่จะมีพนักงานคนนึงที่พูดภาษาอังกฤษได้ ต้องให้เค้าลองแนะนำดู ราคาแพนเค้กเด้งดึ๋งจะอยู่ที่ 220-280NTD ค่ะ  

เราสั่งตัว sigature มาลอง เป็นแป้งธรรมดาส่วนข้างบนท็อปด้วยครีมชีส ตัวแป้งนุ่มมากกกกหอมหวาน ครีมชีสก็ดีเลยค่ะออกไปทางเปรี้ยว กินด้วยกันกำลังพอดี  แต่ถ้ากินคนเดียวจะเลี่ยนนะ ต้องแย่งกันกินนน แฮ่

อีกเมนูคือแพนเค้กชาเขียว อันนี้ก็เป็นแป้งชาเขียว ท็อปด้วยครีมชีสรสชาเขียว ส่วนตัวอันนี้เลี่ยนน้อยกว่าตัว Signature นะ คืออร่อยเลยแหละ แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าแบบไม่เป็นชาเขียวทั้งหมดละ อาจจะทำแป้งถั่วแดง หรือมีถั่วแดงเป็นเครื่องเคียงงี้อาจจะยิ่งอร่อยยย
ส่วนอันนี้เป็นชาผลไม้ค่ะ ดีเลยแหละ หอมหวานนนนน ถ้าใครไม่กินชาเค้าก็มีกาแฟหลายตัวนะ แต่เราไม่กินกาแฟอะสิ

last day ( taipei - bkk )

หมดเวลาสนุก ถึงเวลาต้องกลับแล้วค่ะ...  ตอนนี้การจะไปสนามบิน Taoyuan ง่ายขึ้นเยอะค่ะ เพราะเค้าเปิด  Taoyuan Airport MRT แล้วเมื่อตอนต้นปี 2016  ไปขึ้นได้ที่ Taipei Main Station มีป้ายบอกตลอดทางเลย ไม่หลงแน่นอน

จบทริปไต้หวันแล้ว ทริปนี้เราอาจจะใช้เงินมากกว่าทุกครั้ง ไม่ได้ประหยัดอะไรมาก กินดี อยู่ดี แต่เรามั่นใจว่าสิ่งที่ได้รับจะคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปแน่นอน เราถือว่านานๆเราจะเที่ยวแบบไม่ต้องประหยัดที ก็ต้องเต็มที่หน่อย แต่ถ้าใครอยากจะเที่ยวตามรูทนี้แบบเรา ก็ยังสามารถเที่ยวแบบประหยัดได้นะ ลองหาที่พักราคาประหยัดและดี ในไต้หวันมีเยอะมากค่ะ  จริงๆเที่ยวแบบไหนก็ได้ เพราะสิ่งสำคัญของการเที่ยวมันไม่ได้อยู่ที่เม็ดเงิน เราเที่ยวตามกำลังที่เรามี แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ประสบการณ์ที่เราได้รับ และความทรงจำที่เราจะได้ย้อนกลับมานึกถึงต่างหาก ว่าระหว่างมันดีแค่ไหน ถ้าย้อนนึกกลับไปแล้วยิ้มได้ เราว่ามันก็โอเคแล้วนะ 🙂