การมาสุราษฏร์ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วค่ะ ครั้งแรกมาเพื่อไปเขื่อนเขี่ยวหลาน ซึ่งก็ติดใจทำให้ครั้งนี้ก็จะไปเขื่อนอีกครั้ง แต่ที่เพิ่มมาคือครั้งนี้จะเที่ยวที่เมืองสุราษฏร์กันด้วยค่ะ ทั้งจับหอยปล่อยปูที่เกาะเสร็จ ล่องแพที่เขาสก ทำขนมและทำสปาที่สวนลุงสงค์  ซื้อผ้าไหมที่ชุมชนพุงเรียง นั่งเรือชมหิ่งห้อยที่มีเยอะมากกๆ มากที่สุดในชีวิตและสวยมากด้วย และแน่นอนมาถึงสุราษฏร์ก็ต้องกินซีฟู้ดสิคะ  อะะะ มาค่ะ ตามกันมาเที่ยวดีกว่าาา

Day1

-เกาะเสร็จ -

ที่แรกที่เราไปกันก็คือเกาะเสร็จค่ะ เกาะเสร็จมีความหมายดีๆ แปลว่าสมปรารถนา วิธีมาก็ไม่ยากค่ะ มาขึ้นเรือได้ที่แหลมโพธิ และนั่งเรือประมาณ 20 นาที ก็จะถึงแล้วค่ะ

ที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากๆค่ะ ถ้าโชคดีก็จะได้เจอสัตว์หายากต่างๆ เช่น เต่า พะยูน และโลมาด้วยนะคะ  ส่วนสัตว์ที่เจอได้ง่ายๆ ก็จะเป็นพวกหอยและปูค่ะ

วันนี้เราจะมาปล่อยแม่ปูกันค่ะ อันนี้คือแม่ปูไข่ฝานอกกระดอง เห็นแบบนี้ตัวนึงมีไข่ถึง 500,000-700,000 ฟองเลยนะคะ หรือถ้าตัวใหญ่หน่อยก็มีเป็นล้านฟองเลย แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่จะรอดนะคะ โอกาสรอดก็จะมี 2% ของจำนวนไข่ค่ะ ที่สุราษฏร์เค้าจะมีการรณรงค์ให้ปล่อยแม่ปูแบบนี้นะคะ ซึ่งเค้าคำนวนไว้ว่าถ้าปล่อยเดือนละ 100 ตัว ทางชุมชนจะได้รายได้กลับมาถึง 225 ล้านบาทค่ะ

ส่วนนี่คือหอยปากเป็ดหรือหอยรากค่ะ อันนี้หากินยากนะ เราเคยกินครั้งนึงที่ตราด แล้วก็ไม่เคยเห็นอีกเลย พึ่งจะมาเห็นที่นี่อีกครั้ง หอยนี้อร่อยด้วย เคยกินกันมั้ยคะ

ส่วนนี่เป็นวิธีหาหอยด้วยคราด คราดนี่จะทำงานได้แค่เดินถอยหลังนะคะ เดินไปข้างหน้าไม่ได้ คือเราก็เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ แล้วถ้าเจอหอยมันจะมีเสียงแก๊งงง มากระทบที่คราดค่ะ ... พึ่งรู้ว่ามันยากใช่เล่นเลย กว่าจะหาได้แต่ละตัว

ใช้พลังงานกับการหาหอยไปเยอะมาก ต้องเพิ่มพลังด้วยอาหารทะเลอร่อยๆ กันหน่อย .. เรานั่งกลับมาที่ฝั่งนะคะ แล้วร้านจะอยู่ใกล้กับท่าเรือค่ะ

อาหารมีหลายอย่างมากเลยค่ะ อร่อยทั้งนั้น อร่อยมากกกๆ เลยด้วยแหละ ให้มาเยอะมากจนกินไม่หมดเลย แต่ที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารนะคะ เค้าทำกันเองในครัวเรือน ฉะนั้นถ้าใครจะมาต้องจองล่วงหน้า 1-2 วันนะคะ ส่วนอาหารนี่คือเค้าจะจัดให้ตามฤดูกาลค่ะ เราสามารถแจ้งไว้ได้ว่าทานอะไรไม่ได้บ้าง ใครสนใจติดต่อพี่เณรได้ที่เบอร์  092-379-3969

แอบซุกซนเห็นบ้านข้างๆ มีคุณลุงพึ่งไปจับแมงดามาเลยแวะไปดูซะหน่อย เลยได้ความรู้ใหม่ว่าวิธีดูว่ากินได้ไม่ได้คือตัวที่กินไม่ได้ตัวจะออกสีเขียวๆ ตาจะแดงกว่า ส่วนตัวที่กินได้สีมันจะน้ำตาลๆ ค่ะ อย่างด้านซ้ายตัวที่ใบเฟิร์นถือตัวนั้นมีพิษ ตัวด้านขวาที่มะปรางถือไม่มีพิษค่ะ

-ชุมชนพุมเรียง -

เป็นชุมชนที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เยอะค่ะ ตั้งแต่ในยุคสงคราม 9 ทัพ ที่อยุธยาตีสงขลาและต้อนชาวมุสลิมสงขลามาอยู่ที่นี่ค่ะ แล้วก็เกิดกิจกรรมการทอผ้าขึ้นมา ได้มีโอกาสแวะดูร้านผ้า เห็นวิธีการทอผ้าก็รู้เลยค่ะว่าทำไมถึงไม่สามารถขายในราคาถูกได้ เพราะการทอผ้าเป็นงานแฮนเมดที่ใช้ความประณีตสูงมาก และยากมากเลยนะคะ ต้องฝึกจนชำนาญค่ะ บางคนทอกันตั้งแต่เด็กจนโตเลย   มีอยู่บ้านนึงเป็นบ้านของสองพี่น้องคุณยาย เค้าทอผ้าปีละไม่กี่ผืน ผืนละหลายๆ หมื่น ส่วนใหญ่คนที่ซื้อจะเป็นลูกค้าประจำค่ะ ลองแวะมาดูกันได้นะคะ ซื้อเป็นของฝากให้ญาติผู้ใหญ่ได้ดีเลย

-สวนโมกขพลาราม -

ที่นี่เป็นสถานปฏิบัติธรรมและสถานที่เผยแพร่พุทธศาสนาค่ะ เข้าไปแล้วเงียบสงบร่มรื่นมากๆ เหมาะกับการมาทำสมาธิดีค่ะ ที่นี่มีหนังสือธรรมะให้อ่านและภาพปริศนาธรรมด้วย ถ้าใครดูแล้วไม่เข้าใจสามารถถามพระได้นะคะ ท่านจะคอยอธิบายให้ฟังค่ะ

-นั่งเรือชมหิ่งห้อย -

ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นหิ่งห้อยเยอะมากขนาดนี้ เยอะมากอย่างกับมีใครมาจัดไฟคริสมาสต์เลยค่ะ 5555 ประทับใจมากๆ นะ คือขนาดกล้องยังถ่ายติดได้ขนาดนี้ลองคิดดูว่าดูด้วยตาเปล่าจะขนาดไหน

ใครอยากมาดู สามารถโทรติดต่อพี่พาณุได้ที่เบอร์ 086-267-6695 วันจันทร์-เสาร์ ขึ้นเรือได้ที่หนัาสำนักงานอัยการภาค 8  นะคะ ส่วนวันอาทิตย์จะอยู่ที่ตลาดน้ำค่ะ ถ้าต่ำกว่า 6 คน จะเป็นราคาเหมา 300 บาท ถ้า 6 คนขึ้นไป คนละ 50 บาทค่ะ

-Rice Farm Villa -

ที่พักวิวทุ่งนากลางตัวเมืองสุราษฏร์ ห้องสวยและสะอาด โลเคชั่นดี วิวดี เป็นอีกที่พักที่อยากแนะนำเลยค่ะ เฟิร์นเขียนรีวิวเต็มได้แล้ว อ่านได้ที่ลิ้งนี้นะคะ

http://bivoyage.me/rice-farm-villa-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80/

หลังที่เฟิร์นนอนจะนอนได้สูงสุด 5 คน ราคา 4,000 บาท ตกคนละไม่ถึง 1,000 เองค่ะ เยี่ยมมากก

day2

-สวนลุงสงค์ -

ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สวนมะพร้าวนะคะ แต่ยังมีโฮมสเตย์และกิจกรรมอีกหลายๆอย่างให้ทำค่ะ เดี๋ยวก่อนอื่นเราจะพาไปดูน้องลิงเก็บมะพร้าวกันก่อน จำไม่ได้แล้วว่าน้องเค้าชื่ออะไรแต่เก็บมะพร้าวเก่งมากๆ นี่แอบได้ความรู้มาว่าลิงที่จะมาเก็บมะพร้าวเค้าห้ามมีแฟนค่ะ เค้าบอกถ้ามีแฟนแล้วเดี๋ยวจะขี้เกียจและดื้อ .. โถ่เสียดาย เห็นหล่อๆแบบนี้ตอนแรกว่าจะจีบซะหน่อย แต่พ่อเค้าหวงงง

ต่อไปก็จะเป็นการทำขนมโคค่ะ เริ่มจากการขูดมะพร้าวกันก่อน เห็นคุณป้าขูดแล้วดูง๊ายง่าย เลยขอลองขูดบ้าง โอโห... ชัดเลยว่า พอเถอะใบเฟิร์นนนนนน ให้ป้าเค้าทำต่อเถอะ ออกแรงสุดตัวแล้วยังแทบไม่มีอะไรออกมาเลย

นี่ค่ะขนมโค แป้งแต่ละสีก็จะรสชาติต่างกันนะคะ มีรสอัญชัญ ใบเตย ขิง แล้วก็แบบไม่มีรส ส่วนไส้ข้างในจะเป็นน้ำตาลแดงแหละ ส่วนเฟิร์นไม่ได้ทำนะคะ รอกินอย่างเดียว จริงๆ ไม่เคยรู้จักขนมนี้มาก่อนเลย พอได้กินแล้วก็อร่อยค่ะ ติดใจ ชอบใบเตยสุด หอมมาก

กิจกรรมที่เฟิร์นเลือกทำคือสปาผิวค่ะ จริงๆแล้วสามารถทำกับหน้าได้เลยนะ แต่วันนี้ขี้เกียจลบหน้าแต่งใหม่ละ เลยขอลองทำกับแขนก่อน แต่วิธีทำง่ายมาก จำกลับไปใช้ที่บ้านได้สบายๆ ส่วนผสมทั้งหมดมาจากธรรมชาติ ไม่แพ้แน่นอน อย่างของเราเลือกสูตรกระจ่างใส ก็จะใช้แค่ มะเขือเทศ น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มาผสมๆ กันค่ะ เสร็จแล้วเอาไปแช่เย็นก่อนนะ เพราะก่อนจะพอกเราต้องขัดผิวก่อน โดยใช้มะพร้าวที่เราขูดมานั่นแหละค่ะ ผสมกับขมิ้น และน้ำมันมะพร้าว (น้ำมันมะพร้าวของที่นี่มีขายด้วยนะคะ เป็นแบรนด์ที่ทำเอง ชื่อพร้าวไทย) พอเราขัดเสร็จก็ค่อยเอามาร์กที่เราแช่ไว้ มาพอกต่อค่ะ พอกไว้ซักครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออก จริงๆ เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกเลยนะ ไม่ใช่ว่าขาวขึ้น แต่รู้สึกกระจ่างขึ้น ผิวเบาและเนียน นุ่มลื่น ขึ้นค่ะ คือเมื่อวานตากแดดเยอะ ผิวเลยหมอง อันนี้ช่วยได้เลย ถ้าทำต่อเนื่องน่าจะได้ผลดีค่ะ

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น ทำสบู่ ยาสระผม ทำอาหาร ขนม ทำน้ำมันมะพร้าว โยคะแดนซ์ สปามะพร้าวสด นั่งเรือชมวิว ดูหิ่งห้อย ปั่นจักรยานในสวน แล้วแต่เราเลือกเลยค่ะว่าอยากทำอะไร แต่ควรโทรเข้ามาติดต่อก่อนนะคะ ติดต่อพี่เอกได้ที่เบอร์ 095-021-5882 ค่ะ

-แพพันวารีย์ เดอะกรีนเนอรี่ ณ เขื่อนเชี่ยวหลาน -

อย่างที่บอกค่ะว่าทริปนี้เราจะกลับมาซ้ำที่เขื่อนเชี่ยวหลาน เพราะเคยมาแล้วติดใจมาก ส่วนที่พักก็ยังขอเลือกที่เดิมค่ะ ตอนนี้เค้ามีโซนใหม่แล้วด้วย ต้องมาลองซักหน่อยค่ะ

จากท่าเรือ นั่งไปแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะถึงที่พักแล้วค่ะ ข้อดีมากๆ ของ แพพันวารีย์ เดอะกรีนเนอรี่ ก็คือช่วงบ่ายจะไม่ร้อนนะคะ เพราะหลังแพจะเป็นภูเขาสูง และช่วงบ่ายพระอาทิตย์จะอยู่หลังเขาค่ะ

ใครพักที่นี่ เค้าจะพาออกไปชมวิวทั้งตอนเย็น ออกไปชมพระอาทิตย์ตก ตอนกลางคืนออกไปลอยกระทงและฟังประวัติความเป็นมาของเขื่อน ส่วนตอนเช้าก็ออกไปชมวิวเขื่อนยามเช้า ถ้าโชคดีก็จะได้เจอสัตว์ป่าด้วยค่ะ

ถ้าใครอยากพักที่นี่ ให้จองตรงผ่านที่พักที่เบอร์ 086-316-1705 หรือเบอร์ 089-132-0007 แล้วบอกว่าตามมาจากน้องใบเฟิร์น จะได้ราคาพิเศษ 2 วัน 1 คืน อยู่ที่ 3,450 บาทค่ะ ราคาเดียวกับจองในงานไทยเที่ยวไทยเลยค่ะ ราคานี้รวมเรือเข้าเขื่อน ที่พัก อาหาร 3 มื้อ และกิจกรรมต่างๆ ค่ะ ไม่แพงเลยนะ ถือว่าคุ้มมากๆ

ลองอ่านรีวิวเต็มได้ที่ http://bivoyage.me/panvaree-the-greenery-resort/

Day 3

                                                        รูปเช้าวันสุดท้าย.. ส่งท้ายก่อนจะออกจากเขื่อนนะคะ

-เขาสกแบมบูราฟ -

ก่อนกลับเราจะมาล่องแพกันที่เขาสกหน่อยค่ะ อธิบายก่อนว่าเขาสกจะแบ่งเป็นผืนน้ำกับผืนป่า เขื่อนที่เราไปเป็นผืนน้ำ ส่วนที่เราล่องแพเป็นผืนป่านะคะ จริงๆ ถ้ามีโอกาส ครั้งหน้าอยากลองมาเที่ยวและนอนพักที่ผืนป่าเหมือนกันค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

การล่องเรือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆนะคะ จะมีพัก coffee break ระหว่างทาง เป็นกาแฟกระบอกไม้ไผ่ แต่ใครไม่ดื่มกาแฟก็สามารถขอชาหรือน้ำเปล่าได้ค่ะ

ค่าใช้จ่าย คนละ 500 บาทนะคะ ไม่ได้เป็นค่าล่องแพอย่างเดียวนะคะ เค้ารวมข้าว 1 มื้อด้วยค่ะ จัดมาให้เป็นเซ็ตเลย ให้มาเยอะอยู่ค่ะ แต่ถ้าจะมาควรจองล่วงหน้านะคะ และเฟิร์นแนะนำว่ามาช่วงเช้าไปเลยหรือช่วงเย็น บรรยากาศจะดีมาก ไม่ร้อนเกินค่ะ

จบทริปสุราษฏร์แล้วนะคะ ดีใจที่ได้มาทำอะไรใหม่ๆ ได้เรียนรู้ ได้ความรู้ใหม่ๆ แล้วก็ยังได้พักผ่อนกายและใจด้วย เป็นอีกจังหวัดที่อยากมาอีก ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าจะมาทำอะไรใหม่ๆ อีกนะคะ เชื่อว่าจังหวัดนี้ยังมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะเลยยยยยย

สำหรับใครที่อยากดูทริปนี้แบบวีดีโอสามารถดูได้ที่

https://www.facebook.com/b1voyage/videos/633324870340547/

แล้วเจอกันทริปหน้าค่ะ 🙂