ภาพ "กวางโจว" ที่ทุกๆคนคิดตรงกัน ก็คงเป็นการไปซื้อของต่างๆจำนวนมากในราคาส่ง.. ซึ่งก็จริงค่ะ ที่กวางโจวเป็นแหล่งสวรรค์ของคนที่อยากจะหาอะไรซักอย่างไปขาย แต่คำถามคือ แล้วถ้าเราแค่อยาก shopping เฉยๆ ไม่ได้อยากซื้อในจำนวนมากๆ ล่ะ กวางโจวจะยังน่าไปมั้ย?

คำตอบคือ..กวางโจวก็ยัง ' น่า ไป มาก ' ค่ะ !

ทริปนี้เราก็มา shopping เหมือนกัน แต่บางสถานที่อาจจะแตกต่างออกไปจากรีวิวอื่นที่เคยเห็น เพราะเราเน้นแบบซื้อปลีก และเป็นสถานที่ที่วัยรุ่นที่นี่เค้าแนะนำมาค่ะ จากขาไป เอาเสื้อผ้าไปแค่สองชุด ขากลับนี่เต็มกระเป๋าเลย น้ำหนักขึ้นมา 7โล (น้ำหนักกระเป๋านะไม่ใช่คน!!) ช็อปปิ้งสนุกมากกก 5555 เราชอบแฟชั่นที่นี่นะ มีความเกาหลีในราคาย่อมเยาอะ

นอกจากเรื่อง shopping แล้ว เราก็จะพาไปเที่ยวเล่น หามุมถ่ายรูป และพากินของอร่อยๆ ด้วยนะคะ พอจบทริปแล้วเรารู้เลยว่าเราคิดผิดที่มากวางโจว... แค่ 3 วัน ... เพราะเราควรมาหลายวันกว่านี้!!! โอยยย ยังเก็บไม่หมดเลยจ้าาา ทั้งช็อป กิน เที่ยวว ต้องกลับมาอีกแน่ๆๆๆ ติดใจซะแล้ววววว

อะไม่พูดมากละะ ไปกันค่าาา

เฟิร์นเป็นคนที่ก่อนไปเที่ยวจะหาข้อมูลค่อนข้างเยอะ เพราะเราไม่อยากเสียเวลากับการหลงเท่าไหร่ค่ะ จริงอยู่ที่ว่าการหลงเป็นสเน่ห์นึงของการไปเที่ยว แต่ด้วยหน้าที่การงานที่มีวันลาได้ค่อนข้างน้อย เวลาไปเที่ยวเลยอยากเที่ยวให้เต็มที่มากกว่าเอาเวลาไปหลงค่ะ .. ถึงสุดท้ายจะมีผิดแผนและหลงบ้างนิดๆหน่อยๆ ก็ตาม 55555 ก่อนมาเฟิร์นเลยหาข้อมูลมาค่อนข้างเยอะนะคะ เปิดอ่านมาแล้วแทบทุกรีวิว และเจอลิ้งนี้ค่ะ ดีมาก รวมแผนที่และข้อมูลของแหล่งช็อปปิ้งของทั้งกวางโจวและเซิ่นเจิ้นไว้ครบเลย https://goo.gl/Lsv2p5 มีหลายที่ในนี้ที่เฟิร์นก็ไม่ได้ไปค่ะ ลองเอามาอ่านผสมๆ กันดู แล้วลองเลือกไปตามความต้องการของแต่ละคนนะคะ

ส่วนทริปนี้ เราตั้งงบไว้กับการ shopping อย่างเดียว ที่ 10,000 บาท อยากรู้เหมือนกันว่าจะซื้ออะไรได้บ้าง มากน้อยแค่ไหน เดี๋ยวตามเฟิร์นมาช็อปกันค่ะ ไม่ได้มีแค่รีวิวนะคะ ทริปนี้จะทำ Vlog ให้ได้ดูกันด้วย บอกเลยว่าสนุกกกกก รอดูกันนะคะ

แต่ก่อนจะไปกวางโจว เรามีอะไรมาแนะนำจ้ะ...

เราสามารถนั่งเครื่องไปลงที่เซิ่นเจิ้นก่อนก็ได้ ไหนๆมาทั้งที ก็ควบทั้งเซิ่นเจิ้นทั้งกวางโจวไปเลยยยยย สายการบิน Thai AirAsia เค้ามีลงทั้งเซิ่นเจิ้นและกวางโจว และสามารถกลับได้ทั้งจากเซิ่นเจิ้นและกวางโจวเช่นกันค่ะ

เฟิร์นเองก็เลือกมาลงที่เซิ่นเจิ้นก่อนค่ะ เพราะที่นี่ดังเรื่องไอทีมาก เราอยากมาลองดูว่าจะมีอะไรบ้าง ซึ่งมาถึงกลางคืนแบบนี้ก็ดีตรงที่เรามาถึงก็จะได้นอนเก็บแรง พรุ่งนี้จะได้ลุยกันทั้งวันเลย

คืนนี้ถึงดึกแล้วเข้าที่พักแล้วนอนเลยค่ะ สำหรับที่พักของคืนที่เซิ่นเจิ้นนี้เฟิร์นว่าไกลจากในเมืองไปหน่อย เดินทางค่อนข้างเหนื่อย เลยยังไม่แนะนำดีกว่าค่ะ เอารูปห้องพักมาให้ดูเฉยๆ ก่อน แต่ถ้าให้แนะนำ จะแนะนำว่าหาที่พักเส้นสีเขียว (Line1) ดีกว่าค่ะ

สำหรับที่พักแล้วแต่คนชอบเลยนะคะว่าอยากพักโรงแรมหรืออะไร แต่ส่วนตัวเฟิร์นชอบเลือกที่พักแบบ Airbnb เพราะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านค่ะ แล้วที่สำคัญคือราคาถูกด้วย อย่างที่พักคืนนี้ราคาแค่ประมาณ 1,6xx เท่านั้นน จริงๆ นอนได้ 3-4 คน ตกคนละไม่กี่บาทเองค่ะ

day1

ที่เซิ่นเจิ้น.. ส่วนใหญ่จะเน้นขายพวก IT และ Gadget ต่างๆ ถ้าใครชอบอะไรแบบนี้ ที่นี่คือสวรรค์เลย มีหลายอย่างให้เลือกสรร ตั้งแต่ชิ้นส่วนอะไหล่เล็กๆ ไปยัง Gadget เจ๋งๆ

การเดินทางสะดวกมากค่ะ มี Metro ไปถึงตามแหล่ง shop ต่างๆ อย่างง่ายมากกกก แต่ใบเฟิร์นมีเวลาแค่เซิ่นเจิ้นแค่ครึ่งวัน เพราะต้องกลับไป Check-out และเดินทางไปกวางโจวต่อ เลยได้แต่เดินๆ ดู ซึ่งมีอะไรน่าสนใจหลายอย่างมากเลยค่ะ ถ้าใครอยากมาเดินเล่น แนะนำว่าควรมีเวลาอย่างน้อยก็ 2-3 วันนะคะ ถ้าอยากเดินให้ครบ

วิธีมาคือเราจะนั่ง Metro ไปลงที่ Huaqiang Road (สายสีแดง Line 4) แล้วออกทางออก A ค่ะ ออกมาจะเจอตึกแถวซ้ายมือ มีร้านขายซาลาเปาที่คนต่อกันเยอะมาก ข้างๆกันมีร้านไก่ยัดข้าว ด้วยความหิวก็ลองทั้งคู่ค่ะ อร่อยดีนะ

เดินตรงมาอีกนิดนึง เราจะเจอย่านที่เต็มไปด้วยตึกที่มีสินค้า IT ต่างๆ ขายมากมายยย ขอเริ่มด้วยตึกแรก

- SEG Electronic Market -

ที่ชั้น 1-10 จะมีสินค้าพวกกลุ่ม IT และ Electronic ขายอยู่เต็มไปหมดเลยยย มันใหญ่มากนะ ต้องมาเดินดูเองค่ะ แต่ในนี้เค้าไม่ให้ถ่ายรูปเลยไม่มีรูปมาให้ดูนะคะ

จากนั้นเดินตามป้าย SEG Factory store ไป จะเจออีกตึกที่มีขายอุปกรณ์พวก Wearable เช่น smart watch , smart band สายนาฬิกาที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน  อุปกรณ์เกี่ยวกับมือถือเช่น case , power bank สายชาร์ตต่างๆ และอีกมากมายเลยยยยย  ยิ่งถ้าใครซื้อราคาส่งก็จะได้ราคาถูกมากๆ แต่ซื้อปลีกก็ยังถือว่าถูกกว่าไทยนะคะ

เดินมาเจอร้านนี้แล้วชอบบบบบบ ซื้อกลับมาหลายอย่างเลย มีลายการ์ตูนน่ารักๆ ขายด้วยนะ ที่สำคัญคือถูกกฏหมายนะคะ เค้าซื้อลิขสิทธิ์ลายการ์ตูนมาแล้วก่อนที่จะทำเป็นสินค้าค่ะ

- Huaqiang Electronic World -

อีกตึกนึงในย่านนี้ที่ใครมาเซิ่นเจิ้นเป็นต้องมา อย่าถามว่าที่นี่ขายอะไร ให้ถามว่าไม่มีอะไรขายบ้างจะตอบง่ายกว่า 555555 มีตั้งแต่ชิ้นส่วนอะไหล่จิ๋ว กล้อง อุปกรณ์กล้อง อุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ดิจิตอล เครื่องนวด หรือใครมือถือพังก็เอามาซ่อมละยืนรอรับได้เลย หรือใครอยากได้คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้ค ก็มีทั้งแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดีและแบบที่เค้าประกอบกันเองค่ะ มีทั้งหมด 7 ชั้น เดินกันไปให้ขาขวิด

แต่เท่าที่ดูหลายๆอย่างก็ถูกกว่าไทยนะคะ อย่างพี่เราซื้อขาตั้งกล้องกลับมา ที่ไทยขาย 3000 กว่า ที่นี่ขายแค่ 1000 เดียวค่ะ ทุกอย่างเหมือนกันหมดเลย พวกกระเป๋ากล้องก็ถูกกว่าค่ะ  หรือใครอยากได้โดรนที่นี่ก็มีขายนะ ถูกมากกก พันกว่าเอง คือเราไม่ได้ซื้อมาลองเลยไม่รู้ว่าดีแค่ไหน แต่มันก็ใช้งานได้จริงเพราะเค้าลองให้ดู ถ้าใครอยากลองเล่นโดรนแต่กลัวตก กลัวทำพัง ลองซื้อแบบนี้ไปบินเล่นให้คุ้นก่อนก็ได้นะคะ

ส่วนถ้าใครอยากได้พวกสายชาร์ต พาวเวอร์แบงค์ หูฟัง เคส ฟิล์มกันรอย พวกนี้คือถูกมากจริงๆ เพราะเดินไปนี่เจอแทบทุกร้านค่ะ ถ้าขายแพงอยู่ไม่ได้แน่ๆ จริงๆ ถ้าใครขี้เกียจเดินหลายตึก ตึกนี้ตึกเดียวก็มีครบนะ ลองมาเริ่มเดินทางตึกนี้ก็ได้ เผื่อได้ของที่ต้องการครบในตึกเดียว

อันนี้แถม ในบริเวณนี้เดินๆ ไป (แต่ไปทางไหนไม่รู้ นี่เข้าตึกนู่นออกตึกนี้ไปเรื่อย) จะเจอตึก NICO ค่ะ ตึกนี้เป็นห้างแฟชั่น ที่เน้นค้าส่ง  แต่ด้วยความรีบกลับไป check-out เราเลยไม่ได้เข้าไปดู เสียดายเหมือนกัน เพราะที่อ่านรีวิวมา เค้าบอกว่าตึกนี้เสื้อผ้าคุณภาพดีทั้งนั้นเลย ใครมีโอกาสก็ไปแล้วกลับมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ

จริงๆในย่านนี้มีอีกหลายตึกเลยนะ คือบอกแล้วว่าต้องมีเวลาเดิน ตื่นเต้นนะ มันมีความทันสมัยของอุปกรณ์ต่างๆ หลายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือเคยเห็นแล้วแต่ดีไซน์แปลกตา อะไรแบบนี้ค่ะ ถ้าได้มาที่ย่านนี้เราอยากให้เผื่อเวลากันเยอะๆ

เอาล่ะะะ เราจะไปกวางโจวกันแล้วค่ะ เอากระเป๋าจากที่พักแล้วนั่งบัสไปลง Metro กัน ค่าบัสที่นี่ถูกมาก จะกี่สถานีก็ 2 หยวน หรือประมาณ 10 บาทเท่านั้นค่ะ แต่เราอยากแนะนำว่า ถ้าจะหาที่พักเนี่ย แนะนำให้หาที่อยู่บริเวณใกล้ Metro เส้นสีเขียว หรือว่าสาย1 นะคะ เพราะแต่ละสถานีค่อนข้างไกลกันมาก นั่งนาน เสียเวลาค่ะ จะได้ไม่ต้องคอยเปลี่ยนสายด้วย

มีอะไรจะเล่าให้ฟังงงง คือเราหาข้อมูลจากเซิ่นเจิ้นกลับกวางโจว ซึ่งเอาจริงหาข้อมูลยากและก็งงๆมากกก เพราะคนส่วนใหญ่จะลงกวางโจวแล้วต่อมาเซิ่นเจิ้น แต่เราดันสวนทางกับเค้าไง 555555 และความงงนี้ก็เลยทำให้เราหลงและเสียเวลาไปครึ่งวันกับการงมหาทางกลับไปกวางโจวววว!!!

เพราะฉะนั้นเราจะไม่ให้ใครพลาดอย่างเราอีก มาค่ะเดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด...

คือที่กวางโจวจะมีอยู่ 2 สเตชั่นที่สามารถกลับไปเซิ่นเจิ้นได้ ที่แรกคือ Shenzhen North Station ที่นี่จะมีรถไฟเร็วที่จะไปถึงกวางโจวได้ภายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ไปลงที่สถานี guangzhou south นะคะ แต่รถไม่ได้ออกถี่มากนะคะ หลายชั่วโมงจะออกที ตอนนั้นเราไปถึงสถานี 4 โมง รถไฟรอบต่อไปออก 1 ทุ่มแน่ะ ...

ตอนนั้นเราแอบเครียดด คือตารางเวลาไม่มีภาษาอังกฤษ ตู้ขายตั๋วก็ไม่มีภาษาอังกฤษ  ตอนนั้นมึนมากกกก ยืนทำหน้าจะร้องไห้เสิร์ชหาวิธีอยู่นาน จนมีหนุ่มสิงคโปร์เข้ามาช่วยอย่างสุดความสามารถ (หล่อแล้วยังใจดีอีกนะพ่อคุ๊ณณณณณ) บวกกับความช่วยเหลือจากพี่เอ๊ดดี้ คนไทยที่เจอตอนอยู่ Huaqiang เลยทำให้เราค้นพบทางเลือกที่ 2 นั่นคือ.. 

เราต้องไปที่สถานี Luohu ที่นั่นจะมีรถไฟไปกวางโจวเช่นกันค่ะ รอบจะออกถี่มากกว่า แต่นั่งนานกว่าค่ะ ประมาณชั่วโมงครึ่ง และไปลงที่ guangzhou east ค่ะ เราได้รอบตอนหกโมงพอดี

ซึ่งเราก็เลือกทางนี้แหละ ดีกว่านั่งรออยู่เฉยๆ เกือบสองชั่วโมง... แต่เอาจริงๆเลยสุดท้ายกว่าจะไปถึงกวางโจวก็ทุ่มครึ่ง คิดไปคิดมา ก็เท่ากับนั่งรอเฉยๆ รอรถไฟที่เดิมออกตอนทุ่มนึง ก็ไปถึงทุ่มครึ่งเหมือนกันนี่หว่าาาา รู้งี้จะไม่เหนื่อยเดินทางเลย เพราะต้องเปลี่ยนสายหลายรอบมาก ยอมนั่งเฉยๆ หาอะไรกินรอเวลาที่เดิมดีกว่า แง พลาดไปแล้วจ้าาาา

และได้มาค้นพบทีหลังว่าจริงๆ แล้วเราสามารถ ซื้อตั๋วล่วงหน้าจากไทยไปได้ เว็บนี้ค่ะ https://www.ctrip.co.th/trains/ คือเราเลือกได้เลยว่าออกจากที่ไหน ไปไหน เวลาเท่าไหร่ ที่นั่งแบบไหน ดูได้ว่าใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหน อะเลิศศศ ใครอยากมั่นใจก่อนไปก็ซื้อล่วงหน้าไปนะคะ

มาถึงสถานี Luohu แล้ว ออกทางออก D เดินตามป้าย railway station ไปเรื่อยๆ เราแนะนำว่าให้ซื้อบัตรโดยสารกับคนขายเลยนะคะ เพราะตู้จะไม่มีภาษาอังกฤษ ถ้าอ่านจีนไม่ได้จะงงมาก 555555 ตรงนี้จะเสียค่าโดยสารอยู่ที่ 99.5 หยวนค่ะ   รถไฟเค้านี่คือดีมากกกก สะอาด มีขนม น้ำ อาหารให้ซื้อ ที่นั่งสบาย มีที่ชาร์ตแบต โอยเลิศเด้อออออออ

วิธีขึ้นก็ไม่ยาก แค่ดูเวลา เลขขบวน กับตู้โดยสาร ให้ดี อย่าขึ้นผิดขบวนก็พอ

เมื่อมาถึงกวางโจวแล้ว สิ่งแรกที่จะทำหลังจากเก็บของเรียบร้อยแล้วก็คือ shopping สิคะ! 

จะแอบบอกว่าเรา challenge ตัวเองโดยการเอาชุดมาแค่ 2 ชุดแหละ วันสุดท้ายเราไม่ได้เตรียมชุดมา เพราะจะมาหาเอาที่นี่แหละจ้าาาา ปรากฏว่ากลายเป็นเราเห่อมาก วันนึงเปลี่ยนสามชุดก็มี 55555 แต่อยู่ในวีดีโอนะ รอดู Vlog ของทริปนี้ได้เลย สนุกแน่ๆ

ความดีงามคือ Host เราแนะนำที่ shopping มาให้แหละ ว่าปกติแล้ววัยรุ่นกวางโจวเค้า shopping ที่ไหนกัน ซึ่งที่ที่เราจะไปคืนนี้จะปิดตอน 4 ทุ่มแล้วค่ะ เอ้าาาาา รีบไปกัน

- Jiangnanxi -

เป็นย่านที่มีร้านค้าให้ shopping เรียงรายอยู่สองข้างทางเลยค่ะ เสื้อผ้ามีหลายแบบ หลายราคา  เท่าที่เราเห็นคือคุณภาพดีเลยแหละ เอาจริงคือละลานตามากกก  ได้จากถนนนี้มาหลายอย่างเหมือนกันค่ะ เท่าที่ดูเราไม่ค่อยเห็นคนต่างชาติเลย ดูแล้วเป็นที่ที่คนโลคอลเค้าเดินกันจริงๆ ด้วย แล้วโฮสเราก็กระซิบมาว่าถนนเส้นนี้แหละข้างหลังจะมีแหล่งชิลและแฮงค์เอ้าท์ของวัยรุ่นที่นี่ค่ะ 

วิธีมาง่ายมากเลย นั่ง Metro มาลงที่สถานี Jiangnanxi ก็ถึงเลยค่ะ

ถึงแม้ถนนเส้นนี้จะไม่ได้เน้นขายส่ง แต่บางร้านถ้าเราซื้อหลายตัวเค้าจะลดให้อีกเยอะเลยค่ะ ข้อดีคือเราไม่จำเป็นต้องซื้อแบบเดียวกัน เราสามารถคละแบบได้เค้าก็ลดให้ค่ะ และบางร้านก็จะมีโปรโมชั่นเซลอยู่ด้วย เราได้จากพวกเซลนี่แหละเยอะอยู่ ตกตัวละร้อยกว่าบาทแต่คุณภาพดีเลย บางตัวที่ไทยขายอยู่ 400 ขึ้นไป ที่นี่เจออยู่ 100-200 ก็มีค่ะ คือมันเยอะมากนะ ต้องมีเวลาเดินๆ เลือกๆ

แล้วคือเดินไปเจอร้านนึง ทุกอย่าง 18 หยวน คือถูกกกกกกกมากกกกกกกก !!!  และมีให้เลือกเยอะมาก เลือกจนตาลาย เอาจริงๆ ก็มีทั้งแบบที่สวยและไม่สวยคละๆ กันไป แต่ประเด็นคือมันถูกมากไง บางตัวนี่สวยมาก เราได้มาตัวนึงเป็นลูกไม้สีดำ ผ้าดีมาก สวยมาก ใส่ออกงานได้เลย แล้วได้มาในราคา 18 หยวน โอ้มายยยยยยย

พอ 4 ทุ่มร้านต่างๆ ก็เริ่มปิดแล้วค่ะ กรี้ดดดดด ยังเดินไม่ถึงไหนเลย ไว้ค่อยกลับมาแก้มือคืนพรุ่งนี้ก็ได้ แต่นี่เดินเพลินจนยังไม่ได้กินอะไรเลยจ้าาาา เลยตัดสินใจว่าจะไป Beijing Lu กันค่ะ

-Beijing Lu-

ถนนกลางคืนชื่อดัง ปิดเที่ยงคืนแนะ วิธีมาคือนั่ง Metro มาลงสถานี gongyuan qian ออกทางออก C แล้วเดินตรงอย่างเดียว ถนนเส้น shopping จะอยู่ขวามือยาวๆ ไปค่ะ

แต่!!!! น้องเหมือนโดนทำร้ายยยยย นี่พึ่งจะ 5 ทุ่ม ทำไมร้านปิดเกือบหมดแล้วละคะซิสสสสสสสส  เลยทำได้แค่เดินเล่นใน Miniso เพราะเป็นร้านเดียวที่ยังเปิด (แต่ก็กำลังจะปิด)  ของใน Miniso ที่นี่ก็มีหลายอย่างที่ต่างกับที่ไทยนะคะ เดินเพลินเว่อ ดีงามอยู่ค่า เอาเป็นว่าถ้าใครจะมาก็อย่าประมาทว่าปิดเที่ยงคืนเด้อ 5 ทุ่มก็ทยอยปิดแล้ว มากันเร็วหน่อยดีกว่า เค้าเปิดตั้งแต่บ่ายโมงละ

ไหนๆ ก็ปิดหมดแล้ว ไปหาของกินก็ได้จ้าาาา แถวๆ Beijing Lu มีร้านนึงที่โฮสเราแนะนำมาอีกแล้ว

-达扬原味炖品(文明路店)-

อย่าถามว่าอ่านว่าอะไร แค่เอาชื่อนี้ไปเสิร์ชในแมพก็พอ 555555555 (สรุปไปถามเพื่อนมาละ ร้านนี้อ่านว่า ต๋าหยางหยวนเว้ยตุ๋นผิ่น .... โอยชื่อยาวมากกกก)

ร้านนี้จะขายพวกซุปต่างๆ ค่ะ มีซุปเนื้อ ซุปไก่ อะไรแบบนี้ เราลองซุปเนื้อก็อร่อยดี แต่มันคล้ายกินเกาเหลาเนื้อบ้านเราเลยยยยย จริงๆ ถ้ามาร้านนี้เราว่าทีเด็ดอยู่ที่ซุปไก่มากกว่าค่ะ เค้าจะเสิร์ฟมาในมะพร้าวลูกเล็กๆ ไก่นี่จะเป็นไก่ดำนะ เนื้อหวานเลย ซุปก็จะหวานๆหน่อย มีกลิ่นเครื่องยาจีนไม่แรงมาก กำลังดี หอมอร่อยค่ะ

-Meigui Desserts-

ใกล้ๆกันจะมีร้านขนมที่ดังๆอยู่ค่ะ คนเยอะมาก ตอนเราไปพวกเมนูดังๆ ก็หมดหมดแล้ว เลยสั่งอะไรมาลองๆ ค่ะ คือบอกไม่ถูกเลยว่ามันคืออะไร มันรสชาติแบบไข่ๆ นมๆ กินคำแรกก็อร่อยดี แต่กินคนเดียวจนหมดก็แอบเลี่ยนนน เสียดายเหมือนกันเมนูที่อยากกินหมดไปแล้ว มันต้องอร่อยมากแน่เลยยยย ฮืออออออ

day2

สวัสดีตอนเช้าค่ะ จริงๆ เมื่อคืนอยากมาแนะนำที่พักนะ แต่เราว่ามันดึกไปหน่อย งั้นมาแนะนำตอนนี้แล้วกันเนอะ

เราจองที่พักผ่าน Airbnb ค่ะ เอาจริงๆ ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก คิดว่าก็คงจะโอเค อยู่ได้ .. แต่กลายเป็นว่าเราคิดผิดค่ะ ที่พักนี้มันเกินกว่าคำว่าโอเค แต่มันดีมากกกกกกกก!!!!!!!!!  ตั้งแต่เรื่องของโลเคชั่น ที่อยู่ตรงกลางระหว่างสถานี  Sun Yat-sen university และสถานี Xiaogang  หน้าที่พักมีป้ายรถเมล์ ถือว่าโลเคชั่นดีมาก เดินทางสะดวก อยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวและ shopping

และห้องนี้ตกคืนละแค่ 1,6xx บาท เท่านั้นค่ะ นอนได้ 4 คนแนะ ถ้ามากันสี่คนจะตกคนละประมาณ 400 กว่าบาท ถูกมากกกกกก อย่างกับนอน Hostel แต่ห้องที่ได้คือกว้างขวางและส่วนตัวกว่ามากๆค่ะ

แต่สิ่งที่ Surprise เราคือห้องค่ะ ห้องน่ารักมากกกกกกกกกก ตกแต่งได้แบบบบเปิดเข้าไปคือกรี้ดดดด ทำไมมันน่ารักแบบนี้ๆๆๆๆ คิดไม่ผิดเลยที่เลือกที่นี่  คือเราชอบพวกไฟๆ แต่งห้องแบบนี้อยู่แล้ว เลยเปิดนอนไปเล้ยยยยยยยย  น่ารักทุกอย่างงงงงงง ชอบบบบบบบบบบบบ เราแนะนำเลยนะที่นี่ ไม่ผิดหวังแน่ๆๆๆๆๆๆๆ

(ข้อติข้อเดียวจริงๆ คือที่นี่ไม่มีลิฟต์และอยู่ชั้น 5 ถ้าใครมีกระเป๋าใหญ่อาจจะเหนื่อยหน่อยค่ะ แต่รับรองว่าห้องสบายคุ้มกะที่แบกกระเป๋า)

และความดีงามต่อมาคือ Host ใจดีมากกกกกก ชื่อว่า Aurora ค่ะ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าอายุ 30 แล้ว โอ้ยยยย หน้าเด็กกว่าชั้นอีกจ้าาาาา แล้วคือ Aurora ให้ความช่วยเหลือเราดีมากกกกๆๆๆๆ ทุกอย่าง ดีจนเราเกรงใจเลย แบบดึกดื่นแค่ไหนก็คอยถามว่าเป็นยังไง ต้องการให้ช่วยตรงไหนมั้ย แล้วนางก็ช่วยได้ทุกอย่างจริงๆ เป็นโฮสที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยเจอมาเลยค่ะ รักนางงงงงงงงง

ใครอยากพักที่นี่ เชิญได้ที่ลิ้งนี้นะคะ https://abnb.me/9N4GhLJEXM แนะนำจริงๆ ชอบที่นี่มาก ถ้ากลับไปกวางโจวยังไงก็จะพักที่นี่อีก

-文记一心鸡-

ร้านไก่ชื่อดังของกวางโจวค่ะ ตามลายแทงคนอื่นเค้ามา ชื่อร้านว่าเหวินจี้ อี้ซินจีวิธีมาไม่ยากค่ะ นั่ง metro มาลงสถานี Changshou Lu ออกทางออก D เราจะเจอถนน Shangxiajiu Lu เป็นถนนคนเดินอีกเส้นที่คนนิยมมาเดินกัน เสื้อผ้าถูกกว่า Beijing Lu ค่ะ ... เอ้ยยยยอย่าพึ่งเข้าเรื่องช็อปปปป มากินก่อนนนนน!  นั่นแหละค่ะ เดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ ร้านจะอยู่ในซอยซ้ายมือ ถ้าจะให้ดีเดินตาม google map มาค่ะ

ร้านเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าจน 4 ทุ่มเลย เห็นเค้าว่าถ้ามาช่วงเย็นนี่ต้องต่อคิวยาวหน่อย เรามาเช้าเลยไม่มีคิวค่ะ แล้วก็มีความงงเกิดขึ้น เพราะตอนเรามา พนักงานยังนั่งกินข้าวอยู่ เค้าบอกให้นั่งรอ เราก็นึกว่ายังไม่เปิด ก็นั่งรอไป ซักพัก เริ่มรอนานละ พนักงานกินเสร็จแล้วไม่ใช่หรอ รอนานมากกก เกินครึ่งชั่วโมงจนรอไม่ไหว สุดท้ายเลยลุกไปถาม กลายเป็นว่า เค้าก็รอเราสั่ง เราก็รอเค้ามารับออเดอร์ รอกันไปกันมา เกือบไม่ได้กิน 555555

สิ่งที่เราสั่งก็จะมีไก่ต้ม ( 壹心鸡 ) ,  ผักกวางตุ้งผัดเครื่องในไก่ ( 菜心炒鸡杂 )  แล้วก็กระดูกหมูอะไรซักอย่าง วิธีสั่งคือก็ชี้ๆ เอาค่ะ 555555 

สำหรับเรา เราว่าอาหารใช้ได้ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าวันนั้นเช้าไปเลยไม่หิวหรืออะไร ก็เลยไม่ถึงกับติดใจต้องกลับมาอีก แต่หลายๆ คนบอกว่าร้านนี้คือ The must นะ เอาเป็นว่าลองมากินดูได้ค่ะ

-เกาะซาเมี่ยน (shamian Island)-

เดินมาจากซานเซี้ยหลู่จนมาถึงค่ะ แต่ถ้าใครอยากมา metro ให้มาลงที่สถานี Culture Park Station

มาที่นี่แล้วเหมือนหลุดมาอีกโลกนึงเลย ตึกที่นี่สวยมาก ดูเหมือนเมืองเก่า มีกลิ่นของสถาปัตยกรรมตะวันตก ต้นไม้ใหญ่เยอะ ร่มรื่นมาก คนไม่เยอะถึงขนาดจอแจ ถือได้ว่าค่อนข้างสงบเลย มาเดินเล่น นั่งเล่น ถ่ายรูป เพลินมากค่ะ เราชอบที่นี่มากเลยนะ

จากเกาะซาเมี่ยนจริงๆ เราจะนั่ง Metro ก็ได้ แต่เรารู้สึกอยากเดินเล่นมากกว่า เราว่าเมืองเค้าสวยดี และสะอาดด้วย ใครบอกจีนไม่เจริญนี่ขอเถียงขาดใจค่ะ

-Nanfang building -

เดินต่อมาจนถึงย่านไอทีของกวางโจว ค่ะ ตึกแรกที่เราจะมาคือตึก Nangfang ถ้าใครจะมาโดย metro สามารถมาที่สถานี Mrt culture park ออกทางออก A ได้ค่ะ ที่นี่จะเปิด 10 โมงเช้าและปิด 1 ทุ่มนะคะ  ส่วนตึกนี้ก็จะมีขายพวกอะไหล่ เคสมือถือ เมมโมรี่ ที่ชาร์ตแบต ลำโพง ฟิล์มหน้าจอ อะไรแบบนี้ค่ะ แต่เราเห็นที่เซิ่นเจิ้นมาแล้ว ที่นี่เลยไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่

เดินทะลุหลังตึก Nanfang มาเจออีกถนนนึงที่กรี้ดดดดเลย เป็นตึกที่มีร้านพวก Remax , hoco และอีกหลายๆ แบรนด์ที่น่าสนใจมากกกกกก อย่าง Remax ที่ไทยก็มีแต่จะเล็กมาก ที่นี่เค้ามาเป็นตึกกกกก มีของน่าซื้อเต็มไปหมดดดดด  ใครบ้าพวก IT และ Gadget อย่าลืมแวะมาโซนนี้นะคะ

- sacred heart cathedral -

นั่ง Metro ต่อไปลงที่สถานี Yidelu ออกทางออก A แล้วเดินไปเรื่อยๆค่ะ ซักพักจะเจอโบสถ์อยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ  โบสถ์นี้ไม่เสียค่าเข้าสามารถเข้าไปชมได้ฟรี  ข้างในคือสวยยยยยยย เสียดายมากที่วันนี้ฟ้าครึ้มไม่ค่อยมีแดด คือถ้ามาวันที่มีแดดแล้วแดดส่องผ่านกระจกสีๆ นะ จะสวยพีคคคมากเลยยยย นี่เจอแค่แว้บเดียวที่แดดส่องมา โอโหหห รีบกดถ่ายเลย สวยยยยย!!

-ตึกOnelink-

ที่นี่อยู่ใกล้โบสถ์นะคะ สามารถเดินถึงกันได้เลย แต่ถ้าใครมา Metro ก็สามารถมาได้ที่สถานี Haizhu Square ทางออก B2 ค่ะ

ตึกนี้จะมีขายหลายอย่างมากกกกกกกๆ ตั้งแต่กิ๊ฟช็อปเล็กๆ น้อยๆ ของเล่นเด็ก เครื่องเขียน ไปจนถึงของตกแต่งบ้านทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ เป็นอีกตึกที่เดินเพลินมากๆ ค่ะ มีทั้งหมด 8 ชั้น ก็คือ ชั้น 7-8 เนี่ยจะขายดอกไม้ ถ้าไม่ได้อยากซื้อ ก็ข้ามไปก็ได้ค่ะ เราว่าชั้นที่น่าสนใจอยู่ที่ชั้น 1-6 นะคะ

ชั้น 1 จะเป็นของจุกจิกเล็กๆน้อยๆ และกิ๊ฟช็อป อย่างพวกปากกา พัดลมพกพา ไปจนเครื่องประดับเล็กๆ ค่ะ

ชั้น 2 ก็จะคล้ายกับชั้น 1 แต่ว่าจะดูแพงกว่า ซึ่งก็ แพงกว่าจริงๆค่ะ 555555

ชั้น 3 จะมีของเล่นเด็กขาย มีพวกโมเดลต่างๆ เยอะมาก แล้วก็มีของแต่งบ้านเล็กๆ ค่ะ

ชั้น 4 เป็นพวกของแต่งบ้าน กรอบรูป นาฬิกา รูปปั้นเล็กๆ ไฟแต่งห้อง

ส่วนชั้น 5-6 อันนี้ก็จะเป็นพวกของแต่งบ้านแล้วค่ะ   สวย ดี และถูก

การมาเดินตึก Onelink นี่เพลินจริง เดินแล้วอยากแต่งบ้านเลย (แต่ตอนนี้คงทำได้แค่แต่งบ้านใน The sim ไปก่อน แง) คือของแต่งบ้านสวยมากนะ คุณภาพดี ราคาดี ถ้าใครอยากจะแต่งบ้านใหม่ หรือมีร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม อะไรแบบนี้ แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ ได้กลับแน่นอน ... เคยคุยกะพี่คนนึงเค้าเล่าว่า เพื่อนเค้าพึ่งสร้างบ้านใหม่ เลยมากวางโจวเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน เชื่อมั้ยว่าลองคำนวนแล้วถ้าซื้อที่ไทยจะหมดไป 3 ล้าน แต่เค้ามาซื้อทุกอย่างที่กวางโจวแล้วส่งเรือกลับไป หมดไป 1 ล้าน คือประหยัดไปเยอะมาก

-Taikang jewelry city
-

มาอีกตึกที่สาวๆ จะต้องกรีดร้องค่ะ ตึกนี้จะเป็นพวกเครื่องประดับ เยอะแยะไปหมด ทั้งตึกเลยนั่นแหละค่ะ มีตั้งแต่หมวก ผ้าพันคอ ต่างหู นาฬิกา สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เยอะแยะไปหม้ดดดด ถ้าซื้อในราคาส่งนี่ถูกจนตกใจ (ราคาส่งแล้วแต่ร้านนะคะว่ากี่ชิ้น บางร้าน 30 บางร้าน 50 อะไรแบบนี้ต่างกันกันไป) ซึ่งถ้าถามเรา ผู้หญิงมีต่างหูไว้หลายๆคู่ไว้ มันดีนะคะ จะได้จับมา match กับชุดได้  อย่างเรางี้ เรามาคนเดียวก็ถ่ายรูปส่งในกรุ๊ปสาวๆ ว่ามีใครอยากได้คู่ไหนบ้าง ก็หยิบไปหยิบมา โอ้โห เต็มตะกร้าเฉ้ยยยยยย นี่ตกคู่ละ 10 กว่าบาทเอง บางร้านถูกกว่านี้อีกนะ  แต่ตึกนี้ปิด 6 โมงนะจ๊ะ รีบมากันหน่อย กว่าจะเดินทั่วต้องใช้เวลาค่ะ

-Huimei international clothing market-

ตึกนี้จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'ตึกเกาหลี' ค่ะ  เพราะมีเสื้อผ้าสวยๆ สไตล์เกาหลี คัตติ้งดี คุณภาพดี หลายๆร้านนี้เจ้าของร้านเป็นคนเกาหลีมาเปิดขายเองเลยนะคะ ที่นี่ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้า แต่ยังรวมไปถึงรองเท้าและเครื่องประดับด้วย หลายร้านส่วนใหญ่ที่นี่จะเน้นขายส่งนะคะจะสามารถต่อราคาได้เยอะ ส่วนถ้าใครจะซื้อปลีกก็ต้องลองขอต่อราคาดูค่ะ อาจจะต่อไม่ได้เยอะมาก แต่ของที่ได้คุณภาพดีคุ้มราคานะคะ

วิธีมา นั่ง metro มาลงสถานี Guangzhou railway station ออกทางออก F นะคะ เวลาเปิดปิด 10:30-18:00 ค่า

 

ตรงนี้ทั้งตึก Taikang และตึก Huimei ถ้าเป็นไปได้เฟิร์นก็แนะนำให้ชวนเพื่อนๆมาด้วยกันหลายๆคนค่ะ จะได้ซื้อหลายชิ้น ยิ่งหลายชิ้นราคาก็จะยิ่งถูกลงไปอีกค่ะ แต่ถ้ามาคนเดียวแบบเฟิร์น ก็อาจใช้วิธีถ่ายรูปลงกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ดู แล้วถ้าเพื่อนๆสนใจชิ้นไหนก็หยิบๆ ไป รวมๆ กันแล้วได้หลายชิ้นอยู่ค่ะ 

แวะกินข้าวกันค่ะ อย่าถามชื่อร้านเลยอ่านไม่ออก มากินเพราะว่าหลงทางค่ะ เราพาหนุ่มๆ หลง แล้วก็แบบไม่อยากบอกไงว่าพาหลง (อีกแล้ว) ก็เลยแกล้งบอกว่า เราจะมาหาอะไรกินกันที่นี่แหละ 555555555 แล้วก็พาเข้าร้านนึงที่คิดว่าน่าจะดูน่ากิน ร้านนี้อยู่ตรง 4 แยก metro สถานี Changgang ค่ะ อยู่ฝั่งที่มีของกินเยอะๆ ร้านที่เราเลือกอยู่ข้างร้าน Lohascake ค่ะ ร้านสีแดงที่อยู่ชั้น 2 นะคะ จะเป็นอาหารจีนค่ะ ทั้งร้านมีพนักงานคนเดียวที่พูดอังกฤษได้ เราก็เลยพอจะสั่งได้ คุยกันได้รู้เรื่องค่ะ

แม้จะมาด้วยความไม่คาดหวัง (เพราะหลงมาไงล่ะะะะ) แต่รสชาติจัดว่าดีกว่าที่คิดมากๆค่ะ  รสขาติใช้ได้เลยนะ มาลองกันได้ มาแบบตั้งใจมาก็ได้นะ ไม่ต้องหลงตามเรา 5555555  แล้วนี่จานใหญ่มากนะ กินกันไม่หมดเลย ยังหมดไปแค่ 157 หยวน คือถูกมาก

-Grandbuy Department store-

จริงๆ ที่นี่ไม่ได้อยู่ในลิสตอนแรกหรอกค่ะ แต่คุณแฟนอยากมาดูโปรดักส์ของ Xiaomi ก็เลยต้องมาาาา ซึ่งนางก็ได้กลับไปเยอะพอสมควรค่ะ ตอนนี้ได้เปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart home เรียบร้อยแล้ว เห็นว่าแฮปปี้นะ ใช้งานง่ายเลย เราสามารถตั้งค่าได้ เช่นเดินเข้ามาห้องนี้ไฟเปิด ถ้าไม่มีคนอยู่ไฟปิดเอง สามารถเปิดปิดแอร์ผ่านแอพของ Xiaomi ได้ และอีกหลายๆ อย่างค่ะ  ส่วนวิธีมาก็เหมือนมา Jiangnanxi นะคะ มา metro ลงที่ jiangnanxi ได้เลย แล้วเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนเจอ 4 แยก ห้างจะอยู่ตรงแยกค่ะ

ระหว่างที่ผู้ชายเค้าช็อป เราก็ช็อปบ้างค่ะ เราสังเกตว่าเสื้อผ้าตามห้างของจีน จะไม่ค่อยมีแบรนด์ใหญ่ๆ อย่างพวก Zara , H&M หรืออะไรพวกนั้นเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบรนด์ของจีนเองมากกว่า แต่ว่าอย่าดูถูกนะคะ เสื้อผ้าเค้าดีมาก ดีไซน์ดี คุณภาพดีเลย เราได้เสื้อโค้ทมาตัวนึง ผ้าดีมาก และราคาก็ถูกมากค่ะ แค่ประมาณ 700 บาท ปกติแบบนี้เค้าขายกันหลายพันเลยนะคะ

ใครเดินตรงนี้เสร็จแล้วยังไม่หนำใจ แนะนำให้เดินต่อไปตามถนน  Jiangnanxi  ก็คือถนนที่เรามาเมื่อคืนนั่นแหละค่ะ วันนี้กลับมาแก้มือนะ  ความพีคคือไม่ได้มีให้ช็อปแค่บนดินนะค้าาาา ใต้ดินก็มีอีกเป็น 100 ร้านให้เลือกช็อปจ้าาาา เราจะเจอทางเหมือนทางลงไปใต้ดิน แต่จะเขียนว่า JNsunday เสื้อผ้าจะถูกกว่าข้างบนนะคะ แต่คุณภาพก็จะดรอปกว่าข้างบนนิดหน่อยค่ะ

day3

วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพค่ะ วันนี้ตั้งใจจะเดินเล่น ถ่ายรูป และช็อปอีกเล็กน้อย แต่ดูจากพยากรณ์อากาศแล้ว วันนี้ฝนตกทั้งวันนนน!!!!

-陶陶居 (ถาวถาวจวู)-

ขอย้อมใจสภาพอากาศด้วยการกินค่ะ  ร้านนี้มาง่ายมาก จริงๆมีหลายสาขานะ แต่สาขาที่เรามากินคือ นั่งใต้ดินมามาลงที่สถานี Kecun ออกทางออก C จะเป็นห้าง ให้เราเดินขึ้นมาที่ชั้น 3 ค่ะ ระหว่างทางก็จะผ่านร้านเสื้อผ้าล่อตาล่อใจเยอะเล้ยยยยยยยยยยย

เดินมาถึง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร้านไหน เพราะร้านนี้คนต่อคิวแน่นหน้าร้านเลยค่ะ ต้องนั่งรอซักพักถึงจะได้คิว

สิ่งที่เราสั่งนะคะ มีข้าวเหนียวไก่หน้าชีส  (卡夫芝士糯米鸡 ) อันนี้เห็นจากรีวิวคนอื่นมา เลยเอารูปให้เค้าดู เพราะมันไม่อยู่ในเมนู กรี้ดดดดด อร่อยมาก เป็นแบบข้าวเหนียวมีไก่ทอดข้างใน แล้วข้างบนเป็นชีส แล้วก็มีซอสแบบ คล้ายๆ ซอสที่อยู่บนขนมปังหมูหยองน่ะ เรียกว่าอะไรไม่รู้ อยู่ข้างบนสุดดดด อร่อยยย!

ซี่โครงหมูกระดูกกรุบกรอบในซอสน้ำแดง陶陶居秘制骨)  อันนี้มีดีที่หมูมาแบบเปื่อยดีมาก กระดูกอ่อนกัดได้เลย รสชาติถือว่าดีค่ะ

ที่เรารู้สึกว่าเฉยๆ ก็จะเป็นพวก หมูแดงหมูกรอบ และผัดผักค่ะ ก็คือกินได้ แต่ไม่ได้อร่อยติดใจ

ส่วนอันนี้จะเป็นเต้าหู้ทอดค่ะ คือจริงๆ ต้องบอกว่ามันค่อนข้างผิดจากที่คิดไว้หมือนกันนะ เต้าหู้ทอดอันนี้รสสัมผัสมันไม่เหมือนที่เคยกินเลย ข้างในยังเป็นเต้าหู้ที่นุ่มละลายในปาก ข้างนอกทอดได้ดีมาก ไม่อมน้ำมันซักนิด ตอนแรกนิดว่าจะเลี่ยน แต่ไม่เลย!! อร่อยมาก

ทีเด็ดอยู่ที่เมนูสุดท้ายค่ะ แฟนเราเรียกร้องจะกินหมูเปรี้ยวหวานมานาน ไปมาหลายร้าน ไม่เจอบ้าง สั่งไม่เป็นบ้าง แต่ร้านนี้แหละ ได้สั่งซักที ซึ่งนางมาแปลกมากค่ะ หมูเปรี้ยวหวานเสิร์ฟมาบนน้ำแข็งงง เฮ้ยยยย อะไรกั๊นนน ทำไมของคาวเสิร์ฟมาบนน้ำแข็งง อะไหน ลองกินซักหน่อย....    เฮ้ยย ... คือ .....

โคตรอร่อยยยยยยยยยยย!!!!!  กรีดร้องค่ะ คือคำแรกๆ เนี่ย มันก็มาร้อนๆ อยู่เนอะ รสชาติดีเลย ทำซอสเปรี้ยวหวานได้ดี แต่มันก็ยังร้อน ตอนแรกก็คิดว่าแล้วน้ำแข็งมีเพื่ออะไร ประดับงี้หรอ  ไปๆมาๆ ทิ้งไว้ซักพักมันเริ่มเย็น คราวนี้ซอสเริ่มแข็งตัวและเย็น ก็กลายเป็นอีกฟีลนึงไป มันเหมือนเคลือบคาราเมลไรงี้ แต่นี่คือซอสเปรี้ยวหวานไง บอกไม่ถูกเหมือนกัน มันแปลกและอร่อยมากกกกกกๆๆๆๆๆ เมนูนี้คือ The must ต้องสั่งนะะะะะ

กินทั้งหมดนี้ หมดไป 373 หยวนค่ะ

-Zhujiang New Town-

วันสุดท้ายก็ตาม challage ที่ให้ไว้กับตัวเองนะ คือไม่ได้เตรียมชุดมาจากบ้าน จะมาหาใส่ที่นี่เอา 55555 จริงๆ ได้เสื้อผ้ามาหลายชุดเลย แต่ช่วงนี้ชอบใส่ลายดอก อยากเป็นผู้หญิงหวานๆบ้างอะะะ ผ่านรึป่าววววว อ่อ ส่วนต่างหูก็ได้มาจากตึก Taikang นี่แหละค่ะ

อันนี้เป็นย่านเศรษฐกิจที่มีตึกสูงๆ อยู่เยอะมากเลย มาถ่ายรูปตึกเล่นสนุกดีค่ะ ตอนกลางวันก็สวย ตอนกลางคืนให้ข้ามไปถ่ายรูปอีกฝั่งของแม่น้ำก็สวยดีค่ะ วิธีมาก็มา metro สถานี Zhujiang New Town ออกทางออก B1 ก็ได้ค่ะ  มาลองดูกันว่าแถวนี้มีอะไรให้ถ่ายรูปบ้าง แถวนี้เดินไปถึงกันหมดนะคะ ใกล้กันมาก

-Guangzhou Opera House (广州大剧院) -

โรงละครที่ติดอันดับว่าเป็นหนึ่งในโรงละครที่สวยที่สุดในโลก ใช้เวลาสร้างถึง 5 ปีเลยค่ะ ซึ่งก็สวยจริงงงง วิวดีด้วยอยู่ติดแม่น้ำเลย ช่วงที่เราไปมีซากุระกำลังบานด้วย ดี๊ดี

-Guangzhou Library (广州图书馆) -

ห้องสมุดที่ใหญ่ ทันสมัย และสวยที่สุดในกวางโจวค่ะ ตึกสวยดี ตอนแรกจะมาเดินถ่ายรูปเล่น แต่ดั๊นนนปวดท้องเลยต้องเข้าไปเข้าห้องน้ำ ออกมาอีกที เอ้าาาาาฝนตกหนักเว่ออออ กลายเป็นต้องใช้ที่นี่เป็นที่หลบฝนเฉ้ยยย คือตกหนักแบบพายุเข้าอะ

รอซักพักจนฝนซาลงแต่ยังไม่หยุด ลานข้างหน้า Library จะมองเห็นตึก Canton tower ซึ่งปกติจะมีคนเดินไปเดินมา แต่ตอนนั้นแทบไม่มีคนเลย เพราะฝนตกไง ใครมันจะบ้าเดินตากฝน...  อ่อ เราเองนี่หว่าที่บ้าเดินตากฝน 55555 คือเราพึ่งซื้อเสื้อกันฝนจากตึก one link มา และเอาติดตัวมาด้วย เลยมีโอกาสได้ใช้พอดีเลยค่ะ ถ่ายรูปตอนฝนตกก็ดีอย่างคนไม่เยอะค่ะ  ถ่ายรูปสนุกเลย 5555555  แต่ฝากถามน้องเค้าหน่อยค่ะว่าใส่เสื้อกันฝนแล้วไม่ติดกระดุม แล้วมันจะกันฝนได้หรอคะ  อ่อน้องเค้าตอบว่า เพื่อภาพที่สวยงาม น้องยอมเปียกค่ะพี่

สิ่งที่เฟิร์นเสียดายมากก็คือจริงๆ เฟิร์นตั้งใจจะขึ้นตึก Canton tower ไปชมวิวเมืองด้วย แต่ว่าฝนดันตกหนัก และหมอกหนามาก ขึ้นไปก็คงมองไม่เห็น เลยไม่ได้ขึ้นค่ะ  เสียดายมากกก แต่ไม่เป็นไร เฟิร์นเชื่อว่าจะได้กลับมาอีก ครั้งหน้าค่อยขึ้นก็ได้  ... อ่อ อีกทีนึงที่อดไปคือ Guangdong Museum (广东省博物馆) ค่ะ ใครชอบดูพวกประวัติศาสตร์น่าจะชอบนะคะ เค้ามีประวัติศาสตร์จีน สถาปัตยกรรม และปะติมากรรมให้ดูค่ะ ถ้าโชว์ passport ไม่เสียค่าเข้าด้วยนะ

ตอนกลางคืนเฟิร์นข้ามฝั่งไปอยู่ฝั่งเดียวกับตึก Canton tower เพื่อที่จะถ่ายเมือง  Zhujiang New Town แบบเปิดไฟ แต่เสียดายคืนนี้ฝนตก เลยน่าจะเปิดไฟไม่ครบทุกตึก แต่ก็ยังสวยอยู่ดีค่ะ  ถ้าใครอยากมาที่นี่ สามารถนั่ง Metro มาลงที่สถานี Huacheng Dadao นะคะ

-Fashion Tianhe-

ก่อนจะกลับ เรายังพอมีเวลาเดินเล่นอยู่อีกซักพัก เลยว่าจะมาช็อปส่งท้ายก่อนกลับค่ะ Aurora โฮสที่น่ารักของเราเลยแนะนำที่นี่มา บอกว่าเป็นอีกที่ที่วัยรุ่นชอบมา shopping กัน  วิธีมาคือนั่ง Metro มาลงที่สถานี Tianhe sports Center แล้วออกทางออก D3 จะพบกับคล้ายๆ ว่าเป็นห้างที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งที่นี่ใหญ่กว่าที่คิดมากกกกค่ะ เดินจนงงว่าต้องเดินยังไงถึงจะเดินทั่ว สุดท้ายก็เดินไม่ทั่ว เพราะมันค่อนข้างใหญ่อยู่ค่ะ

เสื้อผ้าที่นี่ก็สวยเหมือนกันค่ะ เท่าที่เราดูเราว่าที่จีนเค้าน่าจะชอบแฟชั่นของเกาหลีนะคะ ดูเสื้อผ้าแต่ละร้านมีกลิ่นอายความเกาหลีๆ  ส่วนราคาก็แล้วแต่ร้านเลยค่ะ ร้านที่ดูหรูก็จะแพงหน่อย แต่ร้านธรรมดาราคากลางๆ ก็มีเยอะมากค่ะ ที่นี่ช็อปสนุกมากเลย ถ้ามาที่นี่วันแรกๆ นะ วันท้ายๆ เราคงไม่มีเงินกินข้าว เพราะขนาดมีเวลาเดินแค่แปบๆ เรายังได้กลับบ้านไป อีกหลายตัวเลยค่ะ

นอกจากร้านเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีขายของจุกจิก น่ารักๆ ตุ๊กตาต่างๆ มีร้านขายสัตว์ด้วย ของกินก็เยอะมาก มีคาเฟ่นึงน่ารักมากเลยยยย เป็นร้านคาเฟ่ที่มีขายพวกเครื่องสำอางค์ แต่งร้านสีพาสเทลหวานแหวววว

-Teemall-

สำหรับใครที่ยังเวลาเหลือและอยากหาที่เดินเล่นหรือหาอะไรกินก่อนไปสนามบินอีก สามารถมาที่ Teemall ได้ค่ะ นั่ง Metro มาที่สถานี Tiyu Xilu แล้วถึงเลยค่ะ นี่เป็นห้างแรกที่เราเห็นมีพวกแบรนด์ใหญ่ๆ นะคะ ปกติจะเป็นแบรนด์ของทางจีนเอง เอาเป็นว่าถ้าใครอยากซื้อแบรนด์เนมก็มาที่นี่ได้ แต่ราคาน่าจะพอๆ กันนะคะ  จริงๆเฟิร์นมาที่นี่เพราะนัดกัน Aurora ไว้ค่ะ หลัง Check-out เราฝากกระเป๋าไว้ก็เลยนัดมารับกระเป๋า (เห็นมั้ยบอกแล้วโฮสเราใจดีที่สุดดดดด) ก็เลยมาหาอะไรกินด้วย  เรานั่งกินที่ร้าน Deli&Leisure ค่ะ เพราะเริ่มเบื่ออาหารจีนแล้ว อยากทานอาหารฝรั่งบ้าง

คำเตือน ... !!!!!!

ควรเผื่อเวลาดีๆ อย่าประมาทกับเวลาเดินทางนะคะ เผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเลยค่ะ เรานี่เกือบตกเครื่องมาแล้ว โห ใจบ่ดีเลยพี่เอ้ยยยยยยยย วิ่งหน้าตั้ง วิ่งจนหอบบบบ หายใจไม่ทันนนน คืออย่างที่บอกแหละค่ะว่าแต่ละสถานีค่อนข้างไกลกันนะ แล้วสนามบินก็ใหญ่อยู่ค่ะ  แต่สุดท้ายก็ขึ้นเครื่องทันค่ะ เย้!!

ปิดท้ายด้วยรูปจากหน้าต่างเครื่องบินซักหน่อย ชอบนั่งมองดาวจากหน้าต่างเครื่องบิน มันเหมือนเราอยู่ใกล้จนเหมือนจะเอื้อมมือไปจับได้เลยยยยย 🙂

สุดท้ายนี้ เราอยากจะบอกว่าการมากวางโจวครั้งนี้เปลี่ยนภาพจำของเมืองจีนในหัวเราไปเลย สิ่งที่หลายๆ คนกลัว อย่างเรื่องความสะอาด อยากจะบอกว่าที่นี่สะอาดนะคะ ไม่ต้องห่วงเลย ห้องน้ำสาธารณะเท่าที่เข้ามา ถือว่าใช้ได้ค่ะ  ค่าครองชีพ ขนาดเมืองนี้คนบอกว่าแพงกว่าเมืองอื่นๆ ในจีนแล้ว แต่สำหรับเราเราว่าก็ยังไม่ถือว่าแพงอยู่ดี การเดินทางสะดวกมากๆ เจริญมาก อาจจะยากในเรื่องของการสื่อสารเวลาไปร้านอาหารอะไรแบบนี้ค่ะ นอกนั้นถือว่าโอเคเลย ....   และกวางโจวสำหรับเรามันก็มีอะไรมากกว่าการมาเพื่อหาซื้อของไปขาย การมาครั้งนี้ก็ทำให้เราเห็นว่า ต่อให้อยากมาช็อปปิ้ง อยากหาเสื้อผ้าสวยๆ คุณภาพดี ในราคาถูก และไม่ต้องซื้อแบบละหลายตัว ก็สามารถมาได้ แฟชั่นที่นี่เอาจริงให้ความรู้สึกเหมือนเดินช็อปปิ้งที่เกาหลีเลย ใครอยากได้เสื้อผ้าสไตล์เกาหลีในราคาย่อมเยาว์เฟิร์นแนะนำนะคะ หรือใครอยากหาของกินอร่อยๆ ก็มาได้ อยากหาที่เที่ยว ที่ถ่ายรูป ก็มาได้.. เรียกได้ว่ากวางโจวมีครบ 

เราถึงบอกว่าเราคิดผิด... ที่มากวางโจวแค่ 3 วัน  ครั้งหน้าคงต้องมาให้นานกว่านี้  ถ้าใครอยากมาลองหาเวลามาหลายๆวันหน่อยนะคะ กวางโจวมีอะไรมากกว่าที่คิดอีกเยอะเลย เดี๋ยวนี้เดินทางง่ายมาก อย่างเรานั่งสายการบิน Thai AirAsia จากดอนเมืองไปลงที่เซิ่นเจิ้น ส่วนขากลับ เราก็นั่งสายการบิน Thai AirAsia จากกวางโจวกลับไปดอนเมืองค่ะ

สรุปค่าใช้จ่ายนะคะ

ค่าเครื่อง         4,xxx บาท แล้วแต่ช่วงเวลาและโปรโมชั่นค่ะ

ค่าที่พักเซิ่นเจิ้น  1,610 บาท (นอนได้ 4คน)  จองผ่าน airbnb ค่ะ

ค่าที่พักกวางโจว  4,914 บาท (นอนได้ 4 คน) อันนี้คือราคา 2คืนค่ะ เราไป 3 คน ตกคนละแค่ประมาณ 1,600 ถูกมาก แล้วห้องก็ดีมากๆๆ อันนี้ Airbnb นะคะ

ค่าวีซ่า  2,550 บาท  แต่จริงๆ ปกติ 1,500 นะคะ พอดีเราทำแบบด่วนเลยแพงกว่า

ค่าเดินทาง  2,282 บาท  มาแพงตรงนั่งแทกซี่กับรถไฟหัวกระสุนนี่แหละค่ะ แต่ราคานี้คือยังไม่ได้หารค่าแทกซี่นะ ถ้าหารแล้วก็จะถูกลง

ค่ากิน  ประมาณ 8,000-9,000 อันนี้ไม่ใช่ต่อคนนะคะ ต่อ 3 คนค่ะ ถือว่าถูกมาก เพราะกินแหลก กินร้านดีๆ ด้วย และสั่งเยอะแบบกินไม่เคยหมด

ค่าช็อปปิ้ง  เราหมดไปประมาณ 10,000 บาทค่ะ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าตั้งเป้าไว้แบบนี้ ซึ่งคุ้มมากก จากกระเป๋าโล่งๆ ขากลับนี่น้ำหนักเกือบเกิน ได้ชุดมาทั้งหมด 13 ชุด ต่างหู 30 กว่าคู่ สร้อยข้อมือที่เป็นนาฬิกามาเป็นของฝากเพื่อนๆ อีก 7 เรือน แล้วก็ของไอทีเล็กๆพวกพาวเวอร์แบงค์ แล้วก็ของจุกจิก มาด้วยยย อ่อแล้วก็มีกล้องถ่ายรูปเล็กๆ พกพา ด้วยแหละ น่ารักและถ่ายได้จริง ไว้รอดูกันใน vlog นะคะ ส่วนชุดนี้เป็นหนึ่งในชุดที่ซื้อมาจากจีนค่ะ ใส่ไปงานมา สวยมาก ชอบ

รวมสิ่งที่ควรรู้

  • การทำวีซ่า สามารถไปทำได้ที่อาคารธนภูมิ ถนนเพชรบุรี  สิ่งที่ต้องเตรียมมี ใบจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก รูปถ่ายสองนิ้วพื้นขาว  พาสปอร์ตตัวจริงและสำเนา  แบบฟอร์มวีซ่า (อันนี้กรอกไปเท่าที่กรอกได้นะคะ ไม่เข้าใจไปกรอกที่นั่นได้ และถ้าใครไม่ได้เตรียมมาที่นั่นเค้าก็มีให้ค่ะ)
  • ที่นี่ใช้เงินหยวนนะคะ  แล้วแต่ช่วงว่าแลกตอนเรทเท่าไหร่ แต่ถ้าอยากคิดเลขคร่าวๆ ง่ายๆ ก็ให้เอาเงินหยวนคูณ 5 จะได้เงินบาทค่ะ
  • ถ้ามาถึงสนามบินส่วนใหญ่ก็มาถึงตอน Metro ปิดแล้ว วิธีจะเข้าเมืองง่ายและเร็วสุดคือ Taxi ค่ะ ให้เลือก Taxi สีแดงหน้าสนามบินนะคะ อันนั้นจะคิดตามมิเตอร์ค่ะ ไม่โกงแน่นอน
  • การเดินทางโดยรถบัส จะเสียค่าเดินทางคนละ 2 หยวนตลอดสาย
  • การเดินทางด้วย Metro สามารถซื้อเป็น Pass แบบวันได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วค่ะ ของเราซื้อแบบ 3 วันมา สามารถขึ้น Metro กี่รอบก็ได้ในเวลา 72 ชั่วโมงนับจากครั้งแรกที่เริ่มใช้ ราคาพาสอยู่ที่ 50 หยวนค่ะ แต่อันที่เราซื้อก็ใช้ได้แค่ที่กวางโจวนะคะ ใช้ที่เซิ่นเจิ้นไม่ได้ค่ะ
  • เอาจริงๆ คนที่นี่ใจดีมากนะ เราหลงทางหลายรอบมาก ยืนโง่ๆ ก็มีคนเข้ามาช่วยอยู่หลายครั้ง แล้วก็ช่วยเต็มที่มากด้วย
  • สิ่งที่ยากสุดคือการสั่งอาหาร บางร้านไม่มีคนพูดอังกฤษได้และไม่มีเมนูอังกฤษเลย ทางที่เซฟสุดคือกินร้านที่ดูดีขึ้นมาหน่อยหรือร้านในห้างค่ะ
  • แอพช่วยชีวิตคือ Google translate , Explore Guangzhou เอาไว้ดูสถานีเมโทรที่กวางโจว , explore Shenzhen ไว้ดูสถานีเมโทรที่เซิ่นเจิ้น
  • เวลาเลือกที่พักให้เลือกที่มันไม่ไกลสถานที่ต่างๆ มากเกิน เพราะต่อให้ที่พักอยู่ใกล้ metro แต่สถานีนั้นไกลที่เที่ยวก็บอกเลยว่าเดินทางเหนื่อยมากนะ
  • ส่วนตัวเฟิร์นชอบจองที่พักแบบ airbnb นะคะ เพราะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน และราคาพอๆ หรือถูกกว่าจองโรงแรม แถมมีพื้นที่มากกว่าค่ะ

ภาษาจีนพื้นฐานที่เฟิร์นใช้นะคะ

  • เผียนอี้ อี้เตี่ยน เขออี่ มะ : คำนี้ใช้บ่อยสุดละค่ะ แปลว่า ช่วยลดราคาให้หน่อยได้มั้ย คำว่า เขออี่ แปลว่านิดหน่อย เราก็จะอ้อนๆๆๆ เขออี่ล่าๆๆ แปลว่าแบบ อีกนิดนึงน่าาา
  • ไท้กุ่ย หวอหม่ายปู้เหลี่ยว : แพงไป ฉันซื้อไม่ได้
  • เหิ่น กุ้ย : แพงมาก!
  • ฉิ่งเวิ่น เจ้อเก้อ ตัวส่าว เฉียน : ขอสอบถามหน่อยค่ะ อันนี้ราคาเท่าไหร่คะ ... แต่จริงๆ เฟิร์นจะถามเค้าสั้นๆแค่ ตัวส่าว เลยค่ะ
  • อีเก้อ แปลว่าหนึ่งชิ้น  เหลียงเก้อ สองชิ้น  ซานเก้อ สามชิ้น อันนี้คือจำนวนชิ้นที่เอาไว้ตอบเค้า เพราะเค้าจะชอบถามว่ากี่ชิ้น แต่ถ้าพูดไม่ได้ก็กดเครื่องคิดเลขโลดค่ะ
  • ไห โหย่ว เกิ้ง เสี่ยว เตอฉือ หม่า มะ  ใช้ในการถามว่ามีไซส์เล็กกว่านี้มั้ย
  • หวอ เขออี่ สื่ออี๋เสี้ย เจ้อเกอะมา แปลว่า ฉันขอลองอันนี้ได้มั้ย

ส่วนใหญ่คำข้างบนเหล่านี้จะใช้เวลาซื้อของค่ะ ก็จะเริ่มจากถามราคาก่อน เค้าก็จะถามกลับมาว่ากี่ชิ้น เราก็บอกเค้าไป แล้วเค้าจะบอกราคามา  ซึ่งส่วนใหญ่เราก็ควรจะต่อค่ะ อ้อนเค้าไปตามที่บอกข้างบนเลย พอเค้าถามว่างั้นจะเอาเท่าไหร่ เราก็กดเครื่องคิดเลขไปค่ะว่าเราอยากได้เท่าไหร่ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ร้านนะคะ ถ้าไปพวกร้านขายส่ง ซื้อหลายตัวเค้าก็จะลดได้เยอะหน่อย แต่ส่วนใหญ่ร้านขายปลีกจะลดได้นิดหน่อย หรือบางร้านอาจจะลดไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ลองต่อดูก่อนนะคะ

 

มาดูคำศัพท์ง่ายๆ ที่อาจจะมีประโยชน์กันบ้างค่ะ อย่างเช่นเวลาสั่งอาหารนะคะ คำที่เราควรรู้คือ

  • หนิวโรว คือเนื้อวัวค่ะ
  • จีโร่ว คือเนื้อไก่ค่ะ
  • หลู่วโรว คือเนื้อหมูค่ะ
  • ล่า แปลว่าเผ็ด ปุ่ล่า ไม่เผ็ด
  • อี๊เตี๋ยนเตี่ยน นิดหน่อย เช่น เอาไว้สำหรับเค้าถามว่า เผ็ดมั้ย เราสามารถตอบได้ว่า อี๊เตี๋ยนเตี่ยน
  • ฟ่าน แปลว่าข้าวค่ะ

จริงๆ เรารู้แค่นี้ แต่ก็สามารถสั่งอาหารไปได้เยอะหลายร้านเลยนะคะ แต่ทางที่ดีคือควรโหลด google translate ติดตัวไว้ด้วย เพราะมีประโยชน์มากๆ ในการสื่อสารค่ะ

  • หว่อปู้จือเต้า ฉันไม่เข้าใจ ฉันพูดจีนไม่ได้  เอาไว้เวลามีคนมารัวจีนใส่ 55555 เราก็หว่อปู้จือเต้าๆๆๆ
  • หว่อซื่อไท่กั่วเหริน แปลว่าฉันเป็นคนไทยค่ะ

นี่แหละค่ะภาษาจีนเท่าที่เรารู้ แต่พอเรามาจีนแล้วเราอยากพูดจีนได้เลย 55555 แต่ตอนนี้พูดได้แค่นี้ก็ยังต้องพึ่ง google translate ไปก่อน ช่วยชีวิตที่สุด