หลังจากทำงานหนักมาทั้งปี ต้องให้รางวัลตัวเองซักหน่อย!

ถ้ากำลังมองหาซักที่นึงที่เหมาะกับการพักผ่อนสงบๆ นอนชิลริมหาด ถ่ายรูปสวยๆ เราอยากแนะนำ ‘Phu Quoc’ ที่ได้ชื่อว่าเป็น.. เกาะสวรรค์แห่งเวียดนามใต้.. เป็นที่นิยมมากสำหรับฝรั่งที่อยากพักผ่อนเงียบๆ บนเกาะ แต่สำหรับคนไทยอาจจะยังไม่รู้จักมากเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้มายากนิดนึง ต้องนั่งมาสองต่อ แต่ตอนนี้ Bangkok Airways มีบินตรงจากสุวรรณภูมิมาลงที่ Phu Quoc ได้เลยยยย

เราขึ้นเครื่องกันที่สนามบินสุวรรณภูมินะคะ เที่ยวบิน PG-991 เครื่องจะออก 11:30 เรายังเหลือเวลาเยอะขอแวะไปหาอะไรกินกันที่ Lounge ของ Bangkok Airways กันก่อนค่ะ ของกินในนี้อร่อยยย มากี่ทีก็ไม่ผิดหวัง และที่ต้องหยิบทุกครั้งคือข้าวต้มมัด!!! อร่อยมั่กกก

11:30 พร้อมออกเดินทางค่ะ ...   ที่นี่ใช้เวลาเดินทางไม่นาน แค่ 1 ชั่วโมง 40 นาทีก็ถึงแล้วว~ ส่วนถ้าใครยังไหวก็ทานอาหารบนเครื่องต่อนะคะ อร่อยไม่แพ้กัน บราวนี่ชาเขียวนี่หอมมากก

สนามบินที่นี่ใหม่มากกก เหมือนที่นี่จะพึ่งเปิดเป็นเมืองท่องเที่ยวจริงจังได้ไม่นานค่ะ นี่เดี๋ยวอนาคตเค้าจะมีสวนน้ำใหญ่ยักษ์ด้วย นักท่องเที่ยวน่าจะเยอะขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ ... อ่อส่วนใครอยากซื้อซิมการ์ด ต้องเดินออกมาข้างนอกนะคะ จะมีขายอยู่ 6 GB 250,000 ดองค่ะ ถือว่าไม่แพงเลยนะ เน็ตแรงด้วย

เดี๋ยวเราเข้าที่พักกันค่ะ ทริปนี้พักที่ JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay ซึ่งเค้าจะมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่เดินทางมากับสายการบิน Bangkok Airways เมื่อจองห้องพักภายใน 30 ธค. นี้ด้วยค่ะ คือเราจะได้ส่วนลดราคาห้องพัก 20% จากราคาที่ดีที่สุดและยังได้สิทธิพิเศษในการอัพเกรดห้องพักด้วย สำหรับบริการอาหาร เครื่องดื่ม สปา และซักรีดในโรงแรม ก็จะได้ลดอีก 15% ค่ะ .. อ่อมีรถรับส่งทั้งไปและกลับ ระหว่างโรงแรมและสนามบินด้วยยยย!  ... หรือถ้าใครไม่ได้เข้าพัก ก็สามารถเอา Boarding pass ของ Bangkok Airways เป็นบัตรผ่านเพื่อเข้าไปชมโรงแรม เดินถ่ายรูปเล่น ได้ด้วยนะคะ (ปกติจะเสียค่าเข้า 300,000 ดองค่ะ)

จากสนามบินใช้เวลาแค่ 15 นาทีก็จะถึงแล้วว แค่ทางเข้าอย่างเดียวก็ยิ่งใหญ่มากกกแล้ว พอเข้ามาจอดหน้า Lobby คือแบบโอ้ยยยยยสวยยยยยย นี่แค่ Lobby อย่างเดียวมุมถ่ายรูปก็เพียบแล้วว เอาเป็นว่าเดี๋ยวเช็คอินกันก่อนค่อยเดินเล่นรอบๆ

สำหรับทริปนี้เราพักที่ JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay โรงแรมหรูหราและใหญ่ม้ากกกกกกก ความเก๋คือเค้ามี Theme story ด้วย คือที่นี่เป็นมหาลัยเก่าชื่อ Lamark University มหาวิทยาลัยชั้นนำของเวียดนาม แต่ถูกปิดไปเพราะสงครามในประเทศ จนปี 2560 ก็กลับมา renovate และเปิดใหม่เป็นโรงแรม JW Marriott นี่แหละจ้าาาาา แล้วการตกแต่งของเค้าทุกดีเทลคือละเอียดและมีความหมายหมด ตึกแต่ละตึกก็จะเป็นคณะภาควิชาที่ต่างกัน การตกแต่งก็ต่างกันไป มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากกก มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และกิจกรรมต่างๆ เรียกได้ว่ามาแค่อยู่ในโรงแรมอย่างเดียวก็คุ้มแล้ววว ~

ที่เห็นของตกแต่งทั้งหมด อย่างเช่นหนังสือ ถ้วยราลวัล กระเป๋า เสื้อผ้า ทุกอย่างนั้นคือของเก่าหมดเลย ซึ่งมันทำให้ Story ของโรงแรมที่บอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยเก่า ยิ่งดูขลังขึ้นไปอีก (เอาจริงตอนแรกเราเชื่อแล้วว่าเป็นมหาวิทยาลัยจริงๆ 5555)

ส่วนตึกข้างๆ ก็จะเป็นคณะต่างๆ อย่างเช่น สปาของเค้าจะมาใน Theme เห็ดค่ะ เดินเข้าไปแล้วหอมมาก ส่วนตัวชอบอ่างที่นี่มาก มันใหญ่โตจริงๆ 55555

พวก Cafe ก็จะอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ มีทั้งพวกเค้ก ไอศกรีม เบเกอรี่ และเครื่องดื่มต่างๆ รสชาติดีเลยค่ะ.. สิ่งที่อยากแนะนำให้ลองก็คือกาแฟเวียดนามค่ะ รสชาติจะคล้ายๆลูกอมโกปี้โกเลย ขนาดเราไม่ดื่มกาแฟเรายังรู้สึกว่ากาแฟเวียดนามอร่อยจังง

นอกจากนั้นส่วนกลางยังมีวิชาพละศึกษา ก็จะเป็น Fitness ที่มีเครื่องเล่นเยอะและใหม่มาก คนน้อย ไม่ต้องแย่งกัน มีน้ำมีผ้าและแอปเปิ้ลไว้ให้ด้วย แต่ตรงนี้ไม่มีรูป เพราะนี่ไปเล่นฟิตเนสแบบจริงจังเว่อ หรือถ้าใครคิดว่านี่มาพักผ่อนนนนไม่ได้มาออกกำลังกายเว้ยยยย ก็เดินไปภาควิชาเคมีได้เลยจ้ะ เค้ามีผสมเคมีต่างๆกันริมหาด ผสมเสร็จก็เอ้าาาาา ชน !  (พูดให้ง่ายกว่านั้นก็คือบาร์ นั่นแหละะ)

แต่ไหนๆ ก็พูดเรื่องออกกำลังกายกันมาแล้ว เผื่อใครไม่ชอบฟิตเนสแต่อยากโยคะ ที่นี่มีโยคะสองแบบเลย ทั้ง Yoga Beer ที่ตอนแรกคืองงมาก มันคืออะไรอะ 5555 จนเดินมาถึงริมหาดและเห็นคลาสนี้กำลังเริ่มพอดี อ่ออออมันคือโยคะที่ถือขวดเบียร์ด้วย ก็จะเล่นไปจิบเบียร์ไป อย่างชิลลล นี่ถ้าคนคออ่อนเค้าจะทรงตัวได้มั้ยอะ 5555

กับอีกอย่างคือ Yoga บน Board ซึ่งเราทำเล่นกันในสระน้ำค่ะ อันนี้เราลองมาแล้ว เออออคือมันสนุกนะ ด้วยความที่อยู่บน Board และกลัวตกน้ำ เราก็ต้อง Balance ให้ดี ตั้งสมาธิดีๆ ห้ามว่อกแว่ก เราเลยรู้สึกว่าโยคะแบบนี้จะเหนื่อยกว่าแบบปกติค่ะ

ทีนี้ลองเดินดูบรรยากาศในโรงแรมกันบ้างค่ะ แล้วจะเห็นว่ามันใหญ่มากๆ กว่าจะเดินทั่วก็ใช้เวลาซักพักใหญ่ๆเลยค่ะ

มุ่งไปที่ของกินกันดีกว่า.. ของกินเราจะอยู่ที่ภาควิชาสถาปัตนะคะ ไลน์อาหารเช้าที่นี่มีหลาย Station มาก อร่อยด้วย  แต่มื้ออื่นๆ หรือถ้าหิวระหว่างวัน ก็มาสั่งอาหารกินที่นี่ได้เช่นกันค่ะ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ส่วนตอนเย็นจะมีห้องอาหารริมทะเลค่ะ อันนี้คือเด็ดแบบห้ามพลาดดเลย อาหารทะเลสดมากกกกก ต้องสั่งให้ได้ อ่อแล้วก็จะมีแหนมเนืองด้วย แต่มันไม่เหมือนที่เคยกินที่ไทย ที่ไทยจะแบบห่อหมูใช่มั้ย แต่ที่นี่จะเป็นปลาอะไรซักอย่างคลุกกับมะพร้าว ซอสเค้าจะไม่เหมือนบ้านเราด้วยคือบอกไม่ถูก แต่อร่อยยยยย

อีกอย่างที่เด็ดไม่แพ้ทะเลคือโซนเนื้อจ้า เนื้อนุ่มมาก ไก่ก็ดีงามนะ ปกตินี่ไม่ชอบไก่ รู้สึกว่าแข็ง แต่อันนี้อร่อยมากกกก

เราไปดูห้องพักกันบ้างค่ะ แต่ละตึกก็จะเป็นภาควิชาที่ต่างกัน เช่น วิชาดาราศาสตร์  มนุษยศาสตร์  สัตว์เลื้อยคลาน และอีกหลายๆภาควิชา  ส่วนการตกแต่งจะตกแต่งตาม theme ของภาควิชานั้นๆ  ตึกที่เราอยู่จะเป็นภาควิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับหอย (จำชื่อไม่ได้ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่หอยศาสตร์ 55555) ซึ่งการตกแต่งก็จะเกี่ยวกะหอยย อย่างในลิฟท์งี้จะมีความรู้เกี่ยวกะหอยให้อ่านเพลินๆ

ถึงแล้วห้องของเรา เราพักห้อง Emerald Bay View ค่ะ เป็นห้อง Type ถูกที่สุดของที่นี่ ขนาดห้อง 53 ... แต่เปิดเข้าไปละตกใจ ห้องใหญ่มากก เตียงใหญ่ยักษ์ มีห้องอาบน้ำแยกกับห้องสุขา (ห้องน้ำอย่างเดียวเผลอๆใหญ่พอกะห้องนอนที่บ้านเลยอะ)  มีระเบียงที่กว้างมาก นั่งเล่นมองวิวทะเลเพลินๆ ได้  คือถึงจะเป็นห้องที่ถูกสุดแต่ก็หรูมากๆ แล้วววว

พาไปเดินดูห้องอื่นกันบ้าง อันนี้ห้อง Turquoise Suite มีขนาด 90 ... เปิดเข้าไปจะเจอห้องนั่งเล่นกว้างขวางกับสีน่ารักกกกกๆ  เดินไปอีกห้องจะเป็นห้องนอน และห้องน้ำ คือห้องน้ำของเราก็ว่าสวยละนะ เจอห้องนี้เข้าไป สวยกว่าอีกจ้าาา!

มาถึงอีก Type นึงซึ่งแพงงงงงที่สุดในบรรดาห้องที่นี่ แต่จะเรียกห้องก็ไม่ใช่ เพราะนี่มาเป็นหลังเลยจ้าาาา มีชั้นล่างจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ห้องครัว และสระว่ายน้ำเป็นวิวทะเล ขึ้นไปชั้นบนจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน  ห้องน้ำ (ที่ใหญ่กว่าห้องนอนอีก) และระเบียงง ทุกอย่างหรูสมราคามากกก ถ้ามีเงินเหลือก็อยากจะลองนอนดูซักคืนนนนนนน

เอาจริงๆ ถ้าได้มาพักที่นี่ก็มีครบทุกอย่างให้ทำแล้ว ไม่ต้องออกไปไหนเลยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าใครอยากออกก็สามารถซื้อทัวร์เป็น 1 Day ได้  อย่างของเราก็ออกไปดำน้ำวันนึงค่ะ เสียดายที่เรามาช่วงหน้าฝน น้ำเลยอาจจะขุ่นหน่อย แต่ถ้าแดดดี น้ำจะใสมาก มาดำน้ำดูปะการังได้   มีแวะเกาะให้นั่งพัก และมีข้าวบนเรือให้กินค่ะ... ที่จริงมีตกปลาด้วย แต่กรุ้ปเราเป็นพวกรักสัตว์ เลยขอข้ามกิจกรรมนี้ไปค่ะ

Ho Quoc Prison

ส่วนอีกวันเราไปกันหลายที่หน่อย เริ่มจาก Phu Quoc Prison เป็นเรือนจำเก่าสมัยปี 1967 ที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเพื่อขังชาวเวียดนามที่เป็นนักโทษการเมืองในช่วงสงคราม ถึง 40,000 คน  ที่นี่จะมีการจำลองการคุมขัง ทำโทษ ซึ่งดูโหดร้ายมาก แล้วก็มีนักโทษที่แหกคุกด้วย คือเค้าใช้เวลากลางคืนในการค่อยๆ ขุดเจาะออกไป ใช้เวลา 6 เดือนจนในที่สุดก็หนีออกไปได้ค่ะ

ข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นโรงงานน้ำปลาชื่อดัง ที่คนมักจะแวะซื้อไปเป็นของฝากกันค่ะ ลองชิมแล้วบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเป็นยังไง คือไม่ได้เหมือนบ้านเรา อร่อยคนละแบบ

Ho Quoc Pagoda

Ho Quoc Pagoda เป็นวัดใหม่ที่พึ่งสร้าง ตั้งอยู่บนยอดเขา ถ้าเดินขึ้นไปแล้วมองกลับมาจะเห็นวิวของอ่าวไทย

Chuon Chuon Bistro & Sky Bar

สายคาเฟ่ต้องไม่พลาด ที่นี่เป็นคาเฟ่บนเขา บรรยากาศดี วิวดีมาก ข้างนอกจะมีโซน outdoor ให้เรานั่งชิลและชมวิวที่จะเห็นทั้งเมืองและทะเล ยิ่งถ้ามาตอนเย็น พระอาทิตย์จะตกทางทะเล สวยมากเลยยยย

Crab House

ร้านซีฟู้ดชื่อดังในเมือง ร้านนี้น่าจะถูกปากคนไทยอยู่ เพราะเค้ามาเป็นเหมือนยำทะเลที่จัดเต็มมาก กุ้งปูงี้มากันเป็นตัวๆ รสชาติแซ่บถึงไทย อย่างอื่นก็อร่อยยยย ไก่ทอดงี้หมดเร็วเชียวว เบิ้ลอีกจานด้วยยยย

CHO DEM PHU QUOC

(Phu Quoc night market)

ปิดท้ายด้วยตลาดกลางคืนค่ะ ที่นี่จะดังเรื่องซีฟู้ดเช่นกัน แต่เราอิ่มมาแล้วเลยไม่ได้ลอง ถ้าใครมาก็ลองดูได้ มีให้เลือกเยอะมาก หลายร้านเลยค่ะ เรื่องความสดนี่ไม่ต้องห่วง เมืองติดทะเลแบบนี้อาหารทะเลวางใจได้

ส่วนอันนี้อะไรไม่รู้ค่ะ เหมือนเป็นแป้งเอาไปจี่ ข้างในจะเป็นผัก ไข่ แล้วก็อะไรอีกไม่รู้ แต่อร่อยดีค่ะ

ส่วนอันนี้คือไอติมผัด เห็นทุก 5 ก้าว ขายดีมาก เราจะได้ยินเสียงมาก่อนเลย ไม่รู้เป็นกลยุทธ์อะไร ต้องผัดให้ดังเรียกแขกงี้ ละตอนแรกเราก็ไม่ซื้อนะ  แต่ทนฟังเสียงไม่ไหว เดินไปได้ยินตลอด ก็เลยเออออๆๆซื้อก็ได้  ละก็ไม่ผิดหวังค่ะ มันอร่อยจริง ละมุนมากกกก

จบแล้วค่ะสำหรับทริป Phu Quoc   ทริปนี้อาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรมาก เพราะเราเน้นมาพักผ่อน เป็นทริปชิลๆ เน้นอยู่โรงแรมซะเยอะ เพราะเราว่าโอเคถึงห้องอาจจะราคาสูงหน่อย แต่ถ้าจ่ายแล้วมี Facilities และกิจกรรมให้ทำเยอะ ทุกอย่างมีครบหมด มันก็คุ้มนะคะ 🙂

ถ้าใครเบื่อทะเลที่เดิมๆ แล้ว ลองมา Phu Quoc ดู แล้วจะชอบ!