อยากจะพักผ่อนแบบจริงๆจังๆ อยากตัดขาดออกจากโลกภายนอก อยู่แบบเงียบสงบ นอนชมวิวสวยๆ น้ำสีฟ้าใส ภูเขาเขียวขจี อากาศดีๆ พอเบื่อกับการนอนเฉยๆก็พายคายัค หรือนั่งเรือชมเขื่อนเล่น ... ถ้าทั้งหมดที่พูดมาเป็นสิ่งที่ต้องการอยู่ เราอยากแนะนำที่นี่ “ Panvaree The Greenery Resort ” เขื่อนเชี่ยวหลาน

เฟิร์นมาพักที่นี่ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วค่ะ ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังมีแพอยู่เพียงไม่กี่หลัง จำได้ว่าครั้งนั้นประทับใจมาก และบอกกับตัวเองว่าจะต้องกลับมาอีกให้ได้ แล้ววันนี้ก็ได้กลับมาอีกครั้งจริงๆ แต่มีสิ่งที่แปลกใหม่เพิ่มขึ้นมาก็คือแพหลังใหม่ค่าาาา ส่วนจะเป็นยังไงตามมาเลยย

วิธีการจะมาที่เขื่อน จากสนามบินสุราษฏร์ธานี เราสามารถให้ทางแพจัดรถมารับได้ค่ะ โดยจะมีบริการรับ-ส่ง ที่สนามบิน และพาเที่ยวตามจุดต่างๆ ที่เป็นทางผ่านจากสนามบินไปท่าเรือ เช่นสะพานแขวนโบราณ ภูเขารูปหัวใจ วัดถ้ำสิงขร และสถานที่เที่ยวในตัวเมืองด้วยค่ะ  บริการรับส่งและพาเที่ยวจะคิดเพิ่มคนละ 500 บาท ถ้าถามเราเราว่าคุ้มนะคะ เพราะท่าน้ำที่จะไปแพไกลจากสนามบินมาก ถ้าไปเองก็จะแพงอยู่ แต่อันนี้นอกจากจะพาไปแพแล้วยังพาเที่ยวด้วย

เราจะมาถึงท่าเรือกันประมาณ 11 โมงค่ะ ถ้าให้ทางที่พักมารับก็หายห่วงเพราะเค้าจะคำนวนเวลาไว้แล้ว แต่ถ้าใครมาเอง อย่าลืมว่าต้องมาให้ถึงก่อน 11 โมงนะคะ เรือจะออก 11:30 ตรงเวลาค่ะ ค่าเรือเข้าที่พักอันนี้ไม่ต้องจ่ายแล้วค่ะ เพราะรวมอยู่ในค่าที่พักแล้ว ..  มาชมวิวระหว่างทางเข้าเขื่อนกันค่ะ  เราจะใช้เวลาไม่นานนะ แค่ประมาณ 30 นาทีค่ะ ถือว่าไม่ไกลเลย แต่พอออกจากท่าเรือมาได้แค่ซักพัก ก็เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกนึงเลย ธรรมชาติที่นี่สวยและยังสมบูรณ์อยู่มากๆค่ะ  ถ้าไม่บอกนี่แทบไม่รู้เลยว่าเป็นเขื่อน ดูยิ่งใหญ่มากๆ

ถึงบริเวณที่พักแล้วค่ะ ตรงนั้นจะเป็นโซนแพเก่าที่เฟิร์นเคยมาพัก (แต่ไม่ได้เก่านะคะ เพราะอายุของแพแค่ประมาณ 4 ปีเองค่ะ ถือว่ายังใหม่อยู่เลย)   แต่ตรงที่เฟิร์นพัก จะเป็นโซนแพใหม่ที่พึ่งสร้างเสร็จได้เกือบๆ ปีนะคะ ไว้เดี๋ยวจะพาไปดูค่ะ

มาถึงจะมี welcome drink เป็นน้ำกระเจี๊ยบชื่นใจๆ มาต้อนรับเรา นะคะ ตรงนี้จะเป็นแพกลาง เราจะ check-in ตรงนี้ก่อนแล้วค่อยเอาของเข้าไปเก็บค่ะ  ช่วงกลางวันที่นี่จะตัดไฟในห้องพักนะคะ แต่ถ้าใครต้องการใช้ไฟ สามารถมาชาร์ตได้ที่ส่วนกลางก็คือแพนี้เลยค่ะ

เอาของไปเก็บกันค่ะ อันนี้จะเป็นแพหลังที่เราพักนะคะ เราอยู่กับเพื่อน 3 คน ค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าได้ทั้งหลังนะคะ ของเราจะเป็นครึ่งทางขวา ก็จะมีข้างล่าง 1 ห้องเป็นเตียงใหญ่ และ ข้างบนอีก 1 ห้องค่ะ  แล้วก็มีห้องน้ำของฝั่งเราอีก 1 ห้องค่ะ อยู่ติดกับห้องใหญ่ข้างล่าง

แต่ละห้องจะมีระเบียงของตัวเอง เปิดออกไปเจอวิวสวยๆ และโดดเล่นน้ำจากหน้าห้องพักได้เลยค่ะ ดีมากกกกกกกกกกๆ แต่จะบอกว่าถ้าจะเล่นน้ำเนี่ย ต่อให้เล่นแค่หน้าบ้านก็ต้องใส่ชูชีพด้วยนะคะ ทางเขื่อนเค้าเคร่งครัดมาก และข้อดีของการพักที่นี่คือ ช่วงบ่ายโซนหน้าบ้านจะไม่ร้อน แดดไม่ส่องค่ะ เพราะหลังที่พักจะเป็นภูเขาสูง และพระอาทิตย์จะตกหลังเขาพอดี ทำให้ช่วงบ่ายไม่มีแดดค่ะ

ช่วงเย็นจะมีกิจกรรมพาล่องเรือชมเขื่อนค่ะ วิวดีมากกกกกกก ยิ่งได้ชมพระอาทิตย์ตกกลางเขื่อนนี่คือฟินสุดๆ จริงๆ นี่แหละคืออีกเหตุผลที่เราเลือกกลับมาพักผ่อนที่เขื่อนเชี่ยวหลาน เพราะพระอาทิตย์ตกที่นี่เป็นหนึ่งในครั้งที่ตราตรึงใจเราที่สุดค่ะ

มื้อเย็นพวกเรารีเควสบาร์บีบิวเพิ่ม และไม่ผิดหวังเลยเพราะบาร์บีคิวที่นี่อร่อยมากกกกกก!!!! เค้าจัดโต๊ะให้นั่งกินริมเขื่อนด้วย คือดีจริงงงง บรรยากาศก็ดี อาหารอร่อย คืนนี้หลับสบายแน่นอน

บาร์บีคิวจะสามารถสั่งเป็นไม้ นะคะ ไม้ละ 40 บาทค่ะ (แต่กินเถอะคุ้มจริงง อร่อยค่ะ) ส่วนถ้าเป็นบาร์บีคิวทะเล ราคาจะเป็นกิโลนะคะ มีกุ้งแม่น้ำ ปลาหมึก และปู ลองสอบถามราคาผ่านทางที่พักนะคะ

ส่วนตอนกลางคืนจะมีกิจกรรมพานั่งเรือออกไปอีกรอบ เพื่อจะเล่าประวัติความเป็นมาของเขื่อน และพาเราออกมาลอยกระทงเพื่อระลึกถึงทั้งคนและสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้ค่ะ กระทงที่ใช้จะกลายเป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำในเขื่อนต่อไปค่ะ

สำหรับคืนนี้... นอนหลับฝันดีค่ะ

ถ้าใครคิดว่ากิจกรรมหมดเท่านี้ก็บอกเลยว่าคิดผิดแล้วค่ะ เพราะตอนเช้าเราก็จะนั่งเรือไปชมวิวเขื่อนกันอีกรอบ เดี๋ยวจะเริ่มจากบรรยากาศตอนเช้า พระอาทิตย์ขึ้นบริเวณเขื่อนกันก่อนนะคะ เฟิร์นโชคดีที่วันนี้ตื่นเช้า เลยได้เห็นวิวสวยๆ แบบนี้ค่ะ

พร้อมแล้วเดี๋ยวเราลงเรือไปชมเขื่อนกันค่ะ เช้าๆแบบนี้ถ้ามาช่วงหน้าฝน จะมีหมอกให้เห็นเยอะมากๆ เลยค่ะ ส่วนช่วงที่เฟิร์นมาหมอกอาจจะไม่เยอะเท่า แต่ก็ยังเห็นอยู่ และสวยด้วยค่ะ   ช่วงเช้าจะชอบมีสัตว์ป่าลงมากินน้ำนะคะ อย่างที่บอกไปว่าที่เขื่อนนี้ป่ายังสมบูรณ์อยู่มาก ทำให้ยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เยอะและหลากหลายชนิดมากๆ ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นกับตาเลย ส่วนวันที่เฟิร์นไปเฟิร์นเห็นน้องลิงเยอะมากกกกกกกกๆ แต่น้องจะอยู่กลืนๆ กับต้นไม้เลยถ่ายรูปมาไม่เห็น ถ้าอยากเห็นต้องมาดูเอง 🙂

หลังกลับจากชมเขื่อน ที่แพจะมีข้าวเช้าไว้ให้ทานด้วยนะคะ เป็นพวก American Breakfast และข้าวต้ม ปาท่องโก๋อะไรแบบนี้ค่ะ ส่วนเฟิร์นไม่ค่อยหิวเลยขอกลับไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า เวลา Check-out คือตอน 9:30 นะคะ แล้วก็จะมีเรือคอยรับเราออกไปที่ท่าเรือเลยค่ะ

ถ้าใครอยู่ 2 วัน 1 คืน เฟิร์นว่ากิจกรรมประมาณนี้ลงตัวมากค่ะ เพราะเรามาพักผ่อนเนอะ ก็ไม่อยากให้มีกิจกรรมที่เยอะเกินไป จะกลายเป็นเหนื่อยซะเปล่า แต่ถ้าใครมานานกว่านี้ เช่นถ้ามา 3 วัน 2 คืน ก็สามารถแจ้งเค้าได้ว่าอยากให้มีกิจกรรมเพิ่ม อย่างก่อนหน้านี้เฟิร์นเคยนั่งไปเดินป่าและเข้าถ้ำหินงอกหินย้อย อะไรแบบนี้ค่ะ พวกกิจกรรมเพิ่มเติมอันนี้ต้องแจ้งล่วงหน้านะคะ แล้วเค้าจะคิดเงินเพิ่ม ขึ้นอยู่กับจำนวนคนค่ะ ลองคุยดูนะคะ

สำหรับราคาที่พัก วันธรรมดาจะอยู่ที่  3,950 / ท่าน  วันศุกร์-อาทิตย์ อยู่ที่ 4,450 / ท่าน และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อยู่ที่ 4,950 /ท่าน  และมีราคาพิเศษสำหรับแฟนเพจของเรานะคะ จองตรงกับทางที่พักที่เบอร์ 086-316-1705 หรือเบอร์ 089-132-0007 แล้วบอกว่าตามมาจากน้องใบเฟิร์น จะได้ราคาพิเศษ 2 วัน 1 คืน อยู่ที่ 3,450 บาทค่ะ ราคาเดียวกับจองในงานไทยเที่ยวไทยเลยค่ะ ราคานี้รวมเรือเข้าเขื่อน ที่พัก อาหาร 3 มื้อ และกิจกรรมต่างๆ ค่ะ

โดยรวมแล้ว ถ้าใครคิดว่าราคานี้แพง เฟิร์นจะไม่เถียงนะคะ แต่เฟิร์นจะบอกว่าสิ่งที่จะได้มันคุ้มที่จะจ่ายค่ะให้รางวัลกับตัวเองบ้าง เฟิร์นเชื่อว่านี่จะเป็นรางวัลที่ร่างกายและจิตใจเราต้องการในวันที่เหนื่อยล้า ถือว่าเป็นการขอบคุณตัวเองเนอะ ...   ขอบคุณนะ 🙂