อังกฤษ... ประเทศที่ไม่เคยอยู่ในลิสมาก่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อาจเพราะเราเคยคิดว่ามันคงมีแต่เมือง มีแต่ตึก สำเนียงก็คงฟังยาก ไม่มีอะไรดึงดูดให้อยากไป แต่ทำไมเพื่อนแต่ละคนไปเรียนต่อกันแล้วไม่มีใครอยากกลับเลย ทำไมทุกคนเรียกอังกฤษว่าเป็นบ้านหลังที่สอง ทำไมทุกคนผูกพันกับประเทศนี้จังนะ? ....  วันนึงเพื่อนสนิทเราไปเรียนต่อที่นู่น เราเคยพูดไว้ว่าจะไปหานะ .. ใจนึงก็อยากเจอเพื่อนนั่นแหละ แต่อีกใจก็อยากไปพิสูจน์กับตัวเองไปเลยว่าอังกฤษมีอะไรดี?’  ... มาค่ะทุกคน มาเดินทางไปพิสูจน์อังกฤษไปด้วยกัน

DAY 0

จากกรุงเทพ .... เราขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไฟลท์ TG 916 จะออกจากกรุงเทพช่วงประมาณบ่ายครึ่ง และนั่งยาวๆ ไปถึงลอนดอนช่วงประมาณหนึ่งทุ่มครึ่งค่ะ  ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้นั่งชั้น Business class ด้วย ก็คือประทับใจมาก ตั้งแต่ตอน Check-in ที่เราจะมีแถวพิเศษ ไม่ต้องต่อแถวยาวๆ และการเข้าตม. ก็จะเป็นแถวพิเศษเช่นกัน สะดวกมากกกกๆ ผ่านตม. แล้วจะเจอกับ Lounge เลยค่ะ เราสามารถเข้าไปนั่งรอเวลาได้ ในนั้นจะมีของกินทั้งคาวหวานเยอะไปหมด

ในส่วนบนเครื่อง ที่นั่งคือสบายมากกกกก คิดดูเรานั่งไฟลท์กลางวัน ปกติไม่น่าจะหลับได้ อันนี้คือหลับเฉยเลย เพราะมันสบายมากจริงๆ เหยียดขาได้ยาวๆ เลยค่ะ ส่วนอาหารก็อร่อยมาก แอบกระซิบว่าให้ลองน้ำมะขามนะ นี่กินแต่น้ำมะขาม 5555 เอาจริงๆ นี่ก็ติดใจชั้น Business class แล้วนะ รู้สึกว่าถ้าต้องนั่งไปไกลหน่อย คราวหลังจะยอมจ่ายซื้อชั้นนี้แหละ เพราะเราว่ามันไม่เหนื่อยระหว่างเดินทางดีค่ะ  ถ้าเดินทางเหนื่อยแล้ว บางทีมันเที่ยวไม่สนุกอะเนอะ

อ่อ จากกรุงเทพไปลอนดอน วันนึงมีสองไฟลท์นะคะ ก็คือไฟลท์ที่เฟิร์นไปนี่แหละ กับอีกไฟลท์นึงจะเป็น TG 910 อันนั้นจะออกจากกรุงเทพช่วงเที่ยงคืน ไปถึงตอนเช้า ก็เหมาะกับคนที่อยากนอนยาวบนเครื่อง ไปถึงเที่ยวต่อได้เลย แต่ถ้าใครคิดว่าไปถึงแล้วอยากชิลๆ แล้วก็พักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยลุยเต็มที่ ก็ไป TG 916 เลยค่า

DAY 1

หลังจากกลับไปนอนพักผ่อนแล้ว วันนี้เราก็พร้อมที่จะเที่ยวแล้วค่ะ อ๋อ ลืมบอกเลย เรามาช่วงปลายเดือน 10 ช่วงนี้อากาศกำลังดีนะคะ เย็นๆ บางวันก็หนาวค่ะ เหมือนยิ่งอยู่ยิ่งหนาวขึ้นทุกวัน เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าหน้าหนาวพอดี ส่วนใบไม้ช่วงนี้ก็สีสวยเลย เหลืองๆ ส้มๆ ส่วนหญ้าที่พื้นก็สีเขียวๆ สวยดีนะคะ  ... ก่อนจะเที่ยวขอเสริมนิดนึง ทริปนี้เราเดินทางด้วย Tube นะคะ ก็คือรถไฟนั่นแหละ ที่นี่จะมี underground และ Overground แต่เราสามารถซื้อบัตร Oyster บัตรเดีวขึ้นได้หมดเลย รวมถึงขึ้นบัสได้ด้วย วิธีเดินทางที่นี่ง่ายมาก อยากไปไหน เข้า Google map พิมชื่อสถานที่เลย เค้าจะบอกวิธีไปหมดค่ะ เพราะฉะนั้นทริปนี้อาจไม่ได้บอกชื่อสถานีนะคะ เพราะบางครั้งก็เดินเรื่อยๆ เอาค่ะ แต่ถ้าสงสัยตรงไหนคอมเมนต์ถามได้ค่ะ

- Borough market -

 

ที่แรกที่เราจะมากันในทริปนี้คือ ตลาด Borough ค่ะ ได้ยินชื่อเสียงมานานนนนน ก็ต้องมาซักหน่อยค่ะ เช้าๆ แบบนี้ยิ่งหิวด้วย 5555555 แต่ความพีคคือ!!!!!! ......  ตลาดปิดวันอาทิตย์!!!!!!!!!! ซึ่งแบบมันก็ค่อนข้างผิดคาดนิดนึง ตอนแรกเราคิดว่าเออออ เสาร์อาทิตย์ยังไงก็ต้องเปิด มันวันหยุด คนก็ต้องมากันแน่ๆ อะไรแบบนี้ 55555555 เป็นไงล่ะ ปิดเฉยยยยยยยยยย    แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ตรงที่ก็ไม่ได้ปิดหมดทุกร้านซะทีเดียว ยังมีร้านที่เปิดอยู่ ก็คือร้านนี้ค่ะ

ร้านนี้อยู่ตรงหัวมุมตลาด ตรงข้ามร้านกาแฟชื่อดัง Monmouth ซึ่งร้านนี้เค้าจะขาย Duck confit เป็นอารมณ์แบบเอาเป็ดมายีๆ แล้วก็ปรุงรส แล้วเอาแป้งมาห่อ นี่ก็พึ่งเคยกินครั้งแรกเหมือนกัน อร่อยยยย!! พึ่งมารู้ทีหลังว่าร้านนี้ก็ดังนะคะ ถ้าใครผ่านมาอย่าลืมลองชิม

มาต่อที่ร้านที่แทบจะอยู่ติดกัน และเป็นสิ่งที่เรารอคอยยยย นั่นก็คืออออ หอยนางรม (Oyster) นั่นเองงงง ที่ตลาดนี้เค้าดัง Oyster มากค่ะ เราไม่รู้หรอกว่าร้านไหนคือร้านดังในตลาด แต่ร้านนี้เป็นร้านเดียวที่เปิด 55555 ก็เลยกินร้านนี้นี่แหละ ตอนแรกเรากับเพื่อนสั่งมากินคนละ 4 ตัวก่อน ปรากฏว่าอร่อยมาก!!!!! พูดได้เลยว่านี่เป็นการกินหอยนางรมที่อร่อยที่สุดในชีวิตตตตต อร่อยน้ำตาไหล จนต้องสั่งเพิ่ม อร่อยมากจริงๆๆๆ มารู้ทีหลังว่านี่ไม่ใช่ร้านดังที่สุดในตลาด แต่สำหรับเราร้านนี้ก็คืออร่อยมากๆๆๆๆ แล้วค่ะ แถมร้านนี้มีโต๊ะให้นั่งกินด้วย คือดี พลาดไม่ได้เลยจริงๆๆ

-Camden Market -

 

 

 

 

ตลาดนี้จะเปิดวันอาทิตย์นะ วันนี้คนเลยจะเยอะเป็นพิเศษ ตึกซ้ายขวาจะแปลกตาค่ะ สวยดี แต่แถวๆ ตึกนี้ เราไม่รู้จะซื้ออะไร มันดูแบบมีไว้เพื่อขายนักท่องเที่ยวมาก นึกออกกันมั้ย อารมณ์แบบ เสื้อ แมกเน็ท พวกของที่ระลึกจากประเทศนี้อะไรแบบนี้ แต่ว่าถ้าเดินไปโซนตลาดที่เปิดวันอาทิตย์ ก็จะเป็นของ Handmade กระจุกกระจิก น่ารักดีค่ะ

- Millennium bridge -

 

เย็นนี้เราจะมาดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี่ค่ะ ที่ Millennium bridge นี่เป็นอีกที่ที่ไม่อยากให้พลาดนะคะ มาตรงนี้ที่เดียวได้เห็นหลายอย่างเลย ทั้ง London eye, Tower of London , Tower Bridge , St.Paul’s Cathedral ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของลอนดอนทั้งนั้นเลยยยย

 

วันนี้พระอาทิตย์ตกสวยดีนะคะ ว่ามั้ย?

-Shack fuyu -

ก่อนจบวัน เราจะพาไปกินอะไรอร่อยๆ กัน ร้านนี้เค้าดังสุกี้วากิวค่ะ มาแบบร้อนๆ เนื้อก็คือมาแบบดิบๆ ชอบกินสุกแค่ไหนก็จัดการกันเองค่ะ ไม่ชอบสุกก็ไม่ต้องทิ้งไว้นาน รีบเอาขึ้นมา แล้วจิ้มกินกับไข่ โอโหหหห อร่อยมากกกกๆๆๆๆ เนื้อดีมาก นุ่มมาก คืออร่อยเลยอะ ใครสายเนื้อต้องมาลองค่ะ  ส่วนของหวานเค้าก็ดังนะ ก็คือ  Kinako french toast เป็นขนมปังข้างในมีความเนยๆ ข้างบนเป็นถั่วอารมณ์แบบถั่วตัด กินกับไอศกรีมชาเขียว ก็คืออร่อย หอม หวาน แต่ถ้ากินคนเดียวเราว่าเลี่ยนไปหน่อย ถ้ามีคนช่วยก็โอเคเลยค่ะ

โดยรยวมร้านนี้ราคาค่อนข้างสูงนิดนึง แต่ไม่มากค่ะ เรากินกันสองคน อยู่ที่ 40 ปอนด์  ก็ไม่แพงเท่าไหร่เนอะ ถ้าเทียบกับค่าครองชีพเค้า

day2

วันนี้นัดเพื่อนไว้ จะไปกินข้าวเช้ากันที่ร้าน The breakfast club ร้านนี้ก็คือดังมากๆๆๆ เลย และไปถึงคิวก็ยาวมากแล้วววว ยืนต่อตั้งนานคิวไม่ขยับเลยย สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ ไปทานร้านอื่นแถวนั้นแทนค่ะ เดี๋ยวพาไปดูภาพบรรยากาศของเช้านี้กันนิดๆ หน่อยๆ นะคะ

-British Museum -

ที่แรกที่เราจะมาวันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ค่ะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลย แถมใหญ่มากเป็นอันดับสองของโลกด้วยค่ะ จะไม่ใหญ่ได้ไง ก็เค้ารวบรวมประวัติศาสตร์ของแทบจะทั้งโลกมารวมไว้ที่เดียว มีหมดทั้งอียิปต์ กรีก เอเชีย ทั้งในรูปแบบรูปปั้น งานแกะสลัก วิหาร หมวกทหารกรีก หินจารึก รูปวาดฝาผนัง แจกัน โล่ พระพุทธรูป และไฮไลท์ของเค้าก็คือมัมมี่ค่ะ ... คือมันเยอะและใหญ่มากจริงๆ บอกตรงๆว่าเราเดินไม่หมดนะคะ มันต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะค่ะ ส่วนถ้าถามว่าของเหล่านี้ได้มายังไง ก็มาจากหลายแบบค่ะ ส่วนใหญ่มาจากการล่าอาณานิคมบ้าง นอกนั้นมาจากการไปศึกษาร่วมกันแล้วแบ่งกันบ้าง มาจากการซื้อบ้าง อะไรแบบนี้ค่ะ

เอาจริงๆ มันก็มีดราม่าบ้างแหละ ว่าทำไมอังกฤษไม่ส่งคืนของพวกนี้ให้ประเทศเค้า เพราะๆหลายอย่างที่มิวเซียมนี้มี ในที่จริงของเค้าแทบไม่เหลือนะ อย่างมัมมี่เนี่ย มาดูที่นี่ยังมีให้ดูเยอะกว่าอียิปต์อีก แต่อังกฤษก็ตอบกลับประมาณว่า เค้าตั้งใจให้ที่นี่เป็นที่เก็บประวัติศาสตร์โลก มีไว้เพื่อการศึกษา ไม่ได้แสวงหาผลกำไรอะไรเลย (ที่นี่เข้าฟรี แล้วแต่จะบริจาค ไม่บริจาคก็ได้) แถมยังดูแลให้เป็นอย่างดี .. อืมมม ในมุมนี้ก็แล้วแต่คนจะมองแหละเนอะ

ที่นี่เค้าบอกว่าเป็น The Must ที่ต้องมาถ้าเกิดมาลอนดอนนะคะ ส่วนตัวเราอาจไม่ได้อินกับประวัติศาสตร์มากขนาดนั้น แต่ลองคิดดูการที่เราได้มาเห็นประวัติศาสตร์ของทั้งโลกที่รวบรวมไว้ขนาดนี้ เอาจริงมันก็ควรมาดูแหละ เสียดายที่เราเวลาน้อย เราได้เดินแปบเดียวเอง แต่เราจะไปอีกแน่นอนค่ะ

-Host Cafe -

ที่นี่เป็นอีกที่ที่อยากจะนำเสนอนะ คือเป็นคาเฟ่ที่อยู่ในโบสถ์!! เราไม่รู้ว่ามันแปลกใหม่มั้ย แต่เท่าที่เราเคยเที่ยวมา เราไม่เคยเห็นคาเฟ่ในโบสถ์มาก่อนเลย แล้วเราก็ชอบที่นี่มากกกกกกก คือส่วนตัวเราชอบโบสถ์อยู่แล้ว เราว่าโบสถ์เป็นอะไรที่สวยและสงบ ที่นี่ต่อใกล้กลายเป็นคาเฟ่แล้วก็ยังคงสวยและสงบอยู่ค่ะ ไม่ได้วุ่นวายอะไรเลย คือชอบมากๆ

-LUMA concept hotel -

วันนี้เราย้ายที่พักนิดหน่อยค่ะ มาพักที่นี่คืนนึง โรงแรมจะไม่เชิงอยู่ในตัวเมืองนะคะ จะอยู่แถวๆสถานี Hammersmith ค่ะ ซึ่งบอกเลยว่าโลเคชั่นตรงนี้ดีมากกกกกกกกกๆๆ ถึงจะไม่ใจกลางเมืองแต่เดินทางไปไหนก็ง่ายและสะดวกมาก คือตรงนี้เค้ามีทั้งรถไฟที่เข้าเมือง และออกนอกเมือง มีรถไฟหลาย Line อยู่ที่สถานีนี้ ทั้งสีขมพู เหลือง น้ำเงิน เขียว ไปไหนก็ง่าย มาจากสนามบินก็ง่าย ที่นี่เราแนะนำมากๆๆๆๆๆ

-The Regent’s Park -

มาเดินเล่นสวนสาธารณะกันค่ะ สวนนี้ค่อนข้างใหญ่มากเลย แต่คนไม่เยอะ ไม่วุ่นวายค่ะ จริงๆ เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นี่ก็มามั่วๆ ดูในแผนที่แล้วเห็นมีสวนใหญ่ดี ก็เลยมา 5555555 ที่นี่มีสวนสัตว์ด้วยนะ แต่เรามาเย็นเกิน เค้าปิดแล้วค่ะ

-Primrose Hill -

จากรีเจนท์ปาร์ค เดินต่อมาเรื่อยๆ (ไกลพอสมควร) ก็จะถึง Primrose hill ที่เราจะมาดูพระอาทิตย์ตกกันวันนี้ค่ะ เตือนก่อนว่าถ้าใครจะเดินมาแบบเฟิร์น ก็คือค่อนข้างไกลและเหนื่อยหน่อย ถ้าใครไม่อยากเดินไกลมาก นั่ง Tube ไปลงสถานี Chalk farm แล้วเดินต่อ น่าจะใกล้สุดค่ะ

บรรยากาศข้างบนนี้ดีเลย ขึ้นมาถึงละหายเหนื่อย ได้นั่งพัก อากาศเย็นสบาย มองฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี จนมืดลงไป 🙂

DAY 3

วันนี้เราจะออกนอกเมืองกันหน่อยค่ะ เย้~~ จะไปสวนที่เราอยากจะไปมากกกกๆ เลยนั่นก็คือออ Kew Gardens ค่าาา จากที่พักก็คือไปง่ายมากก นั่งรถไฟไปแค่ 10 กว่านาทีก็ถึงแล้ว แต่ถ้านั่งจากในเมืองจะไกลหน่อย เห็นมั้ยคะ บอกแล้วว่าโลเคชั่นที่พักเนี่ยดีจริงงงงงง

-Maids of Honour -

ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับ Kew เลยค่ะ มีคนแนะนำมาว่า Meat Pie และ Scone อร่อย ก็เลยต้องตามมาลองค่ะ ซึ่งก็ถือว่ารสชาติดีค่ะ ไม่ได้ถึงกับว้าว แต่ใช้ได้นะ ถ้าใครมาแถวนี้แล้วไม่รู้จะกินอะไร ลองมาร้านนี้ดูค่ะ ร้านน่ารักดีด้วย

Royal Botanic Gardens, Kew -

ถึงเวลาเข้าข้างในกันแล้ว ที่นี่จะเสียค่าเข้าคนละ 17 ปอนด์ ราคาเหมือนจะแรงนิดนึงสำหรับการเข้าสวน แต่สำหรับเรา เราเป็นคนชอบสวนมาก เราก็ถือว่าคุ้มค่ะ สวนที่นี่สวยและยิ่งใหญ่มากกกกก ต้องใช้เวลาเดินเป็นวันเหมือนกันนะ ถ้าอยากเดินให้หมดแบบชิลๆ คือบรรยากาศดีมากกกกกกกกกก ใครสายธรรมชาติก็ไม่ควรพลาดที่นี่เป็นอย่างยิ่ง

-Shoreditch grind -

กลับมาเข้าในเมืองกันค่ะ มาอาหารอะไรทานกันเบาๆที่ร้านนี้เลย เราสั่ง smash avocado ไป คืออร่อยมากกกๆๆๆ อันนี้ดีงามมมม ส่วนแฟนเราดื่มกาแฟ บอกว่ากาแฟร้านนี้อร่อยเลยค่ะ 

จริงๆ ย่าน Shoreditch เนี่ยเป็นย่านๆฮิปๆ นะ มีคาเฟ่ มีร้านอะไรเจ๋งๆ น่าเดินเล่นเยอะมาก ถ้าใครมีเวลาลองมาเดินเล่นกันดูค่ะ

- Airbnb -

ย้ายที่พักกันอีกครั้ง เราอยากลองพักหลายๆโซนดูว่าแต่ละโซนเป็นยังไงบ้าง ที่พักครั้งนี้อยู่บริเวณย่าน Shoreditch ค่ะ โซนนี้ของกินเยอะ ร้านเจ๋งๆ คาเฟ่ดีๆ เยอะมากกก เป็นย่านวัยรุ่นฮิปๆ ส่วนใหญ่วัยรุ่นจะชอบอยู่โซนนี้กันค่ะ ครั้งนี้เราเลยลองบ้าง ก็จองผ่าน Airbnb มา ซึ่งเราชอบมากก บังเอิญที่เจ้าของที่พักเป็นคนไทย ยังวัยรุ่นอยู่เลย ให้คำแนะนำต่างๆ ดีมาก น่ารักบ้าน บ้านก็น่ารัก แมวก็น่ารัก โลเคชั่นดี มีรถบัสมาถึง มี Overground อยู่หลังบ้านเลย ใครอยากหาที่พัก แนะนำที่นี่เลยนะคะ ลิ้งจองทางนี้ค่ะ https://abnb.me/H9eA9jvJFT

และระหว่างที่เรารอเวลาไปทานข้าวเย็น เราขอมาเดินเล่นที่ Millenium bridge อีกรอบนะคะ เพราะเราชอบบรรยากาศที่นี่ ประกอบกับแฟนเรายังไม่ได้มาด้วยตอนครั้งที่แล้ว ก็เลยพามาซักหน่อย

- Smack Lobster roll -

ร้านนี้เป็นอีกร้านที่ดีเลยแหละ คือถ้าใครอยากกิน Lobster roll แต่ไม่อยากไปถึง Burger Lobster เราว่ามากินร้านนี้แทนก็ได้นะ เราว่าอร่อยไม่ต่างกัน แนะนำให้สั่งซุปและเฟรชฟรายมากินด้วย อร่อยมากๆๆ ราคาก็จะถูกกว่าไปกิน Burger Lobster ด้วยนะ

- Five guys -

ร้านนี้จะขายพวกแฮมเบอเกอร์ เฟรนฟรายส์ อะไรแบบนี้ค่ะ แต่ด้วยความที่เราอิ่มจากลอบสเตอร์กันมาแล้ว เราเลยมาแวะร้านนี้เพราะ milkshake แต่ไม่ใช่มิลค์เชคธรรมดาเพราะ เพราะที่นี่เค้าใส่เบคอนด้วยยยย!! ตอนได้ยินครั้งแรกก็งงมากกก อะไรคือมิลค์เชคใส่เบคอน จะเข้ากันหรอ 555555555 ก็เลยต้องลองค่ะ เราสั่งมิลค์เชควานิลาเบคอน พอลองกินอึกแรกมันก็ อืมมม แปลกๆ แฮะ คือเบคอนเค้าจะปั่นละเอียดมานะ แบบไม่ได้มาเป็นแผ่น มันเลยเป็นฟีลแบบ เค็มๆ อะ 555555 มันก็มีความงงๆ ในอึกแรกๆ แต่กินไปกินมา เอ้า อร่อยเฉย อร่อยแบบงงๆ 

DAY 4

เช้านี้ขอกลับมา Borough Market อีกรอบ ครั้งนี้มาวันธรรมดาที่ร้านต่างๆ เปิดกันหมด เลยมีของกินให้เลือกเยอะกว่าวันก่อน ซึ่งเรายังซ้ำสองอย่างเดิม คือ Oyster และ Duck Confit ส่วนที่ลองกินเพิ่มเติมจะมีเป็นขนมหน้าตาคล้ายโดนัท (ส่วนตัวรู้สึกว่าหวานไปหน่อยค่ะ) กับอีกอย่างคือ Scotch egg อันนี้อร่อยเลยย ชอบ ไข่แดงเยิ้มๆ ข้างนอกเป็นแบบ อืมมมม อธิบายยังไงดี เหมือนไส้กรอกนิดนึง แต่ก็มีความเปรี้ยวนิดหน่อย 555 อธิบายยาก รู้แค่ว่าอร่อยดี

ส่วนใครชอบกาแฟ แนะนำร้าน Monmouth นะคะ ร้านนี้ดังมาก กาแฟดีมาก เป็นกาแฟแบบคั่วเอง คนค่อนข้างเยอะ บางวันคิวยาวมาก โชคดีวันนี้ไม่ยาวเท่าไหร่ค่ะ แต่แถวก็เลื่อนเร็วอยู่นะ

กินเสร็จเดินเล่นกันแปบนึง ขอย่อยหน่อยค่อยเที่ยวต่อนะคะ

- Hyde park -

ย้ำรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ว่าชอบสวนสาธารณะมาก และแน่นอนว่าเราไม่มีทางพลาดที่นี่เด็ดขาด เป็นสวนสาธารณะชื่อดังใจกลางลอนดอนค่ะ แล้วที่นี่ก็ใหญ่มากๆๆๆ มีคนพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเยอะแยะ บางคนก็เอาขนมปังมาให้นก ให้เป็ด ให้หงส์กิน  บรรยากาศที่นี่ดีมากกกกกก

แล้วเราโชคดีมาก วันที่เราไปคือเจอคนเอานกแก้วมาปล่อยไว้หลายสิบตัว แล้วก็ขายอาหารนก คนก็มาซื้ออาหารกัน แล้วนกก็จะลงมาเกาะมือ คือน่ารักกกกก จริงๆ เราไปเดินถ่ายรูปเล่นแหละ แต่พอคนขี้เกียจให้อาหารนกแล้ว เค้าก็ไม่อยากทิ้ง ก็เลยเอามาให้เราต่อ 55555555

แล้วคือมันมีนกตัวนึงตลกมาก แบบขี้หวงอาหารอะ เราก็ให้นางเกาะมือกินอยู่ ก็มีนกอีกตัวบินมา จะมากินด้วย น้องเค้าก็ไม่ยอมนะ เกรี้ยวกราดมาก ดูจากรูปคือรู้เลยว่าด่ากันอยู่แน่ๆ

และวันนี้เราดูพระอาทิตย์ตกที่ Hyde Park เลยค่ะ บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมากเลย มีหงส์และเป็ดว่ายไปว่ายมา สวยงามมาก นั่งเพลินเลย กว่าจะรู้ตัวอีกทีฟ้าก็แทบจะมืดสนิท ทางเดินออกค่อนข้างมืด ไม่มีไฟข้างทาง แอบอันตรายนิดนึงนะ ระวังตัวและสังเกตซ้ายขวากันดีๆ นะคะ จะเล่าให้ฟังว่าเราแอบเจอคนน่ากลัวๆ คนนึงมายืนจ้องเราแล้วยิ้มอยู่สองรอบแนะ น่ากลัวมาก เรารีบเดินหนีเลยอะ

- Flat iron -

ร้านเนื้อชื่อดังเลยค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ผิดหวังนะ เนื้อร้านนี้อร่อยมากกกกกก!!! เนื้อนุ่มละลายในปากของจริง มาพร้อมกับมีดปังตอเล็กๆ น่ารักๆ 555555 ราคาก็ แรงพอใช้ได้เลยค่ะ แต่สำหรับเรา เราคุ้มนะ มันอร่อยๆ จริงๆ

ร้านนี้ไม่ค่อยมีรูปประกอบนะคะ ร้านค่อนข้างมืด เอาเป็นว่ามาลองกันเองเลยค่ะ

เราจะขอจบพาร์ทแรกของลอนดอนไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเป็นยังไงกันบ้างคะ เริ่มรู้สึกว่าลอนดอนน่าสนใจขึ้นมาบ้างรึยังคะ? ส่วนถ้าถามเราหรอ .... คือเรา เลื่อนตั๋วกลับกรุงเทพตั้งแต่สองวันแรกที่มาถึงแล้วค่ะ 55555555 รู้สึกว่าประเทศนี้มีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิดเยอะเลยยย อาหารก็อร่อย สวนสาธารณะก็เยอะ เดินทางก็ง่ายยยย แหม อยากอยู่ต่ออีกซักหน่อย เลื่อนตั๋วกลับซะเลยย 555555 เดี๋ยวพาร์ทสองจะพาเที่ยว พากิน กันอีกนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบลอนดอนแบบที่เฟิร์นชอบ 🙂