เอาล่ะะ ทริปนี้จะพาไปฮอกไกโดกันนนน แต่เดี๋ยววว อย่าพึ่งเบ้ปากแล้วคิดว่าโอ้ยยยอ่านรีวิวฮอกไกโดมาเยอะละ เบื่อ ปิดทิ้ง .. ใจเย็นนน อย่าพึ่งนะ ให้โอกาสน้องได้อธิบายก่อน 5555 คือทริปนี้ เราจะพาไปโซน ‘ East Hokkaido’ โซนที่หลายๆคน อาจจะยังไม่เคยไป และอาจจะยังไม่ค่อยเห็นใครรีวิวเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะจะต้องชอบ ทั้งธรรมชาติสวยๆ และกิจกรรมสนุกๆ เยอะแยะไปหมดเลยยยยย  ถ้านึกภาพไม่ออกงั้นมา เดี๋ยวเราพาเที่ยวเอง!

day1

(BKK - Chitose - Shikaribetsu lake)

เรานั่งสายการบิน JAL จากสุวรรณภูมิ ไปที่ Haneda ก่อน แล้วค่อยนั่งต่อไป Shin Chitose Airport  .. จริงๆแล้วมันสามารถนั่งยาวทีเดียวได้นะ แต่เราจองไม่ทัน เต็มก่อนน เลยต้องยอมนั่งแบบแวะเปลี่ยนเครื่องค่ะ เท่าที่เรารู้ การบินไทยมีบินตรงนะ

ตัดข้ามมาที่ Shin Chitose เลยละกันค่ะ 5555 ทริปนี้ เรามีรถพาไปนะคะ ส่วนใหญ่ถ้าเที่ยวบริเวณนี้ เราแนะนำว่าควรเช่ารถส่วนตัวหรือทัวร์เลยดีกว่าค่ะ เพราะจะค่อนข้างไกล ถ้าจะต่อรถสาธารณะอาจจะยากนิดนึง (แต่ก็สามารถไปได้นะ)

- Shintokusoba no Yakata -

ที่แรกหลังจากลงเครื่องเราจะแวะกินกันก่อนเลย บอกตรงๆ ว่าหิวมากกกก 

เราไปที่เมืองชินโตกุ ซึ่งจะดังเรื่องโซบะ ก็แน่นอนค่ะว่าเราต้องไปกินโซบะ เป็นร้านที่มีชื่อเหมือนกันค่ะ ถ้าเกิดว่ามาเดือน 7-10 ที่เป็นช่วง High Season นี่ต้องจองก่อนมานะคะ ไม่งั้นอาจไม่ได้กิน

แต่ละช่วงเค้าจะมีเมนูพิเศษค่ะ อย่างช่วงที่เราไปก็ใกล้จะเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว เมนูพิเศษของช่วงนี้จะเป็น ‘ซากุระ เอบิ’ ค่ะ เราจะพลาดได้ไง ต้องสั่งสิค้าาาา 555555

มันคือกุ้งทอด ทอดออกมาเป็นรูปซากุระ เราสั่งมาเป็นหมี่เย็นแหละ รวมๆ ก็โอเคเลย อร่อยดี ทอดได้ดีไม่อมน้ำมันค่ะ ส่วนเส้นถือว่าดีเลยนะ ปกติเราเป็นคนไม่ชอบกินเส้น แต่ครั้งนี้เรากินไปเยอะอยู่

อ่อ ร้านนี้เค้าดังเรื่องเส้นด้วยค่ะ จริงๆ เค้ามี Workshop นวดเส้นโซบะด้วยนะ เราสามารถทำโซบะเองได้เลย  รายละเอียดคร่าวๆ ก็คือ ถ้าทำคนเดียว 1 ชามจะอยู่ที่ 2,500 เยน  2คนจะอยู่ที่ 4,000 เยน และ 3คน อยู่ที่ 4,500 เยน ค่ะ ทำเสร็จก็กินได้เลยยย เย้

-Hotel Fusui-

โอเค กินอิ่มแล้ว มีพลังเที่ยวต่อได้ แต่ก่อนจะไปเที่ยวเราจะเอาของเข้าไปเก็บที่โรงแรมกันก่อน เพราะที่ต่อไปที่เราจะไป อยู่ติดกับโรงแรมเลยค่ะ  มา เดี๋ยวพาไปดูโรงแรมกัน

เปิดเข้าไปรู้สึกว่าโอ้ววววห้องใหญ่มากกกก ปกติรู้สึกว่าห้องที่ญี่ปุ่นจะต้องเล็ก อันนี้ใหญ่จนรู้สึกโหวงๆ เลย คืนนี้ต้องนอนเปิดไฟมั้ย 55555 แต่สิ่งที่ชอบมากกกกกๆ คือมีห้องนั่งเล่นที่เห็นวิวของทะเลสาบ Shikaribetsu ที่ตอนนี้กลายเป็นน้ำแข็งขาวโพลน แต่สวยงาม

ห้องนี้เป็นห้องคู่ นอนได้สองคน ราคา 24,000 เยน ต่อคืนค่ะ ราคานี้รวมบุฟเฟ่อาหารเช้าและเย็นแล้วนะคะ  (ราคาแต่ละช่วงอาจแตกต่างกันไป แนะนำให้เช็คก่อนค่ะ แต่หน้าหนาวจะถูกสุดค่ะ) ราคานี้ กับห้องขนาดนี้ และมีกิจกรรมอยู่ติดโรงแรมแบบเดินไปถึงเลยแบบนี้ เราว่าโอเคเลยนะคะ

-Lake Shikaribetsu Kotan -

ที่นี่เป็นทะเลสาบ แต่พอหน้าหนาวทะเลสาบก็จะแข็งตัวและกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ยักษ์ มีกิจกรรมให้ทำ มี Igloo อยู่หลายหลัง บางหลังก็เป็นที่นอน ใครเบื่อนอนในห้องจะมานอนใน igloo ก็ได้นะ แต่เราหนาวขอนอนห้องอุ่นๆ แหละดีละ 5555 อ่อ แล้วก็มี Onsen แบบ Out door ด้วยนะะะ

เดี๋ยวเราค่อยๆ ไปทีละกิจกรรม เริ่มกันที่ Snowmobile ก่อนนนน นี่เป็นการเล่นครั้งแรก ดูจากหน้าแล้วคิดว่าไม่น่ายากม้างงงงง ก็คงจะคล้ายๆ มอไซต์ผสมเจ็ทสกี 55555  ก่อนเล่นต้องใส่หมวกก่อน แล้วก็ไปฟังเค้าอธิบายว่าตรงไหนที่ขับไปได้บ้าง ห้ามเกินบริเวณไหนงี้ และถ้าพร้อมแล้วก็ลุยจ้าาาาา

เออออจริงๆ มันก็ไม่ยากหรอก แต่เรายังไม่ค่อยกล้าขับเร็วมากนะ เพราะมันค่อนข้างพุ่งมากเลย แต่เท่าที่ลองๆ ดูถ้าไม่ผาดโผนมากก็ไม่อันตรายค่ะ สนุกกกดี แต่ต้องใส่ถุงมือนะ เราถอดแปบเดียวมือชาขยับไม่ได้เลยอะ  มันจะขับวนเป็นวงกลม ชมวิวไปเรื่อยๆ  ส่วนค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2 รอบ 2,000 เยน สำหรับเราเราว่า 2-4 รอบก็โอเคแล้ว ไม่แพงด้วยค่ะ

เดินมาอีก igloo นึง ตรงนี้จะมีกิจกรรมแกะสลักแก้ววว คือจะได้น้ำแข็งก้อนสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ มา ให้เราได้แกะสลักตามใจชอบ เค้าจะมีที่แซะน้ำแข็ง (ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร) แซะไม่ยาก ไม่ได้แข็งจนต้องใช้แรงมากมาย แต่ความยากอยู่ที่... เราไม่มีหัวด้านนี้เอาซะเลยยยยยยยยยยยย  ลองไปดูแก้ว (ของคนอื่น) กันค่ะ

และเมื่อได้แก้วมาแล้ว จะทำอะไรคะ ก็ต้องดื่มมมมมสิ ... igloo ข้างๆ กันจะมี Ice bar อยู่ อะเลิศศศมากกกก ตอนกลางวันจะเป็น Cafe นะ ขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ส่วนกลางคืนจะมีแอลกอฮอล์ขายค่ะ แต่เราลองแล้ว แอลกอฮอล์ไม่แรงนะ รสชาติเหมือนน้ำผลไม้มากกว่า อร่อยดีค่ะ  พอสั่งแล้วเราก็หาที่นั่งกินได้ มีโต๊ะเก้าอี้น้ำแข็ง จัดไฟไว้สวยงามเลยยยย

นอกจาก Cafe/bar แล้ว ในนี้ก็จะยังมี Hall ที่เอาไว้จัด Concert (ไม่ได้มีทุกคืนนะคะ) และโรงหนังด้วยยยยยย!

เต็มอิ่มกับกิจกรรมข้างนอกแล้ว เรากลับเข้าโรงแรมกันค่ะ มื้อเย็นที่รร. วันนี้เรากินเป็นคอร์ส มาเยอะมากกกกกกก อิ่มจนไม่รู้จะอิ่มยังไง อาหารถือว่ารสชาติดีเลยค่ะ ปลื้มปริ่ม อิ่มสบายยยยยย

กินเสร็จแล้วเรายังไม่นอนเลยหรอกกกเดี๋ยวอ้วนนนน .. มาถึงญี่ปุ่นแล้วเราจะไม่พลาดกิจกรรมนี้เลย คือแช่ออนเซนค่ะ  ที่โรงแรมจะมีออนเซนแยกชายหญิงอยู่ มีทั้งโซน outdoor และ indoor ส่วนตัวเราชอบ outdoor นะคะ เราว่า indoor มันอบและร้อนไปหน่อย โซนข้างนอกท่อนบนหนาว ท่อนล่างร้อนนน ฟินกว่ากันเยอะ ส่วนวันนั้นหิมะตกด้วย แช่ออนเซน มีหิมะตก คือแบบบบบ ดีมากกกกจริงๆๆๆ คืนนี้เลยหลับสบายเลยค่ะ 🙂

day2

(crane center - lake akan)

เช้านี้เราออกมาที่ทะเลสาบอีกครั้ง เพื่อมา onsennnnn !! แต่ๆๆๆ เราไม่ได้จะออนเซนทั้งตัวหรอกนะ ทั้งหนาวและเขินแบบนี้ ฮ่าๆ .. ตรงนี้มี foot onsen ไว้สำหรับคนที่อยากแช่เท้าอย่างเดียวด้วยค่ะ อ่อออ แต่ถ้าใครจะมา อย่าลืมเอาผ้ามาเช็ดเท้าด้วยนะคะ เราลืมมาแล้วววว ฮืออออออออ

เอาจริงคือมันฟินมากกก คือวิวดี ขาวโพลน หิมะตก และแช่เท้าอุ่นๆ จริงๆแอบอยากเปลี่ยนใจแช่ทั้งตัวเลย แต่ไม่ทันละ.. ผ้าเช็ดตัวไม่ได้เอามาาา ฮืออออออ  เออแต่ที่เห็นขาขาวๆ เนี่ย ไม่ได้ผิวแห้งแตกนะ แต่หิมะมันลงมาเกาะขนขา เลยขาวเลย 5555555

เช้านี้คือหิมะตกหนักกว่าเมื่อวานอีก รถแทบจะถูกคลุมไปด้วยหิมะเลย แต่เราว่าเวลาหิมะตกแล้วอากาศจะอุ่นขึ้นนะ

อะะะ ก่อนออกจากห้องขอลงรูปห้องอีกซักหน่อย เมื่อคืนหลับสบายมากกก ฟูกและผ้าห่มมันอุ่นนนนอะ Cozy สุดดดด

ทานข้าวที่โรงแรมกันก่อนจะออกเดินทางค่ะ  อาหารเช้าที่นี่อาจไม่ได้มีหลากหลายมาก แต่ก็โอเคค่ะ กินพอให้ท้องไม่ว่างพอ เพราะเดี๋ยวเราจะเดินทางไปกินกันอีกกก ฮ่าาาาา

-AKAN Malt beef at レストラン鶴 -

เนี่ยแหละ เหตุผลที่ไม่อยากกินข้าวเช้าเยอะเพราะเรากำลังจะมากินเนื้อออออไงงงง 5555555

ร้านนี้จริงๆ มันอยู่ในจุดแวะพักรถแหละ ก็จะมีร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ห้องน้ำ อยู่บริเวณตรงนี้

ร้านนี้ชื่อว่า ‘ レストラン鶴  (อะไค่เบเร่) ’ ถ้าใครจะตามมา ให้เขียนใน google map ว่า Akan International Crane Centre นะคะ ร้านจะอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามค่ะ

เราสั่งมาลองกัน 3 อย่างค่ะ ก็คือ Malt beef  ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย คือวัวที่นี่จะเลี้ยงด้วย malt ค่ะ แบบ บางที่เค้าจะให้วัวลองกินเบียร์ใช่มั้ย แต่ที่นี่เค้าก็คิดว่า เออแล้วถ้าลองให้วัวกิน malt ที่เหลือจากการหมักเบียร์ล่ะ จะเป็นยังไงนะ .. ผลปรากฏว่า ไขมันในวัวก็จะเยอะขึ้น ทำให้เนื้อนุ่มขึ้นค่ะ เราลองสั่งมาสองแบบนะ แบบแรกคือติดมันน้อยหน่อย กับอีกแบบคือมันเต็มๆ เลย แทรกอยู่ทุกอนู

อันนี้เป็นแบบมันน้อยค่ะ จานนี้เราเฉยๆ รู้สึกว่าพอมันน้อยเนื้อมันไม่ได้นุ่มมากมาย แต่ซอสอร่อยดีค่ะ .. จริงๆ ก็ไม่แน่ใจว่ามันไม่นุ่มเพราะสุกเกินไปรึป่าว คือมันมาเป็นกระทะร้อนไง แล้วแบบ กว่าจะถ่ายรูปเสร็จกว่าจะได้กินก็สุกละ เพราะปกติเราจะกินแบบมีเดียมแรร์

แต่จานนี้คือแบบบบบบบ หืมมมมมมมม อร่อยมากกกกกกก มันแทรกอยู่ตามเนื้อแบบกำลังดี ไม่เยอะเกินจนเลี่ยน แต่ทำให้เนื้อกำลังนุ่มเลย หอมมากด้วย อร่อยมากกกๆๆ ใครชอบเนื้อต้องสั่งนะ ไม่ควรพลาด

ส่วนอีกเมนูคือเนื้อกวางค่ะ ... คือที่นี่ เมื่อก่อนเนี่ยจะมีทั้งกวางและหมาป่าในจำนวนที่สมดุลกัน แต่พอความเจริญเริ่มเข้ามา หมาป่าเริ่มจำนวนน้อยลง พอผู้ล่าน้อยลง ผู้ถูกล่าก็มากขึ้น จำนวนกวางล้นมาก และกวางพวกนี้ก็ลงมากินนู่นนี่ของชาวบ้าน เค้าเลยพยายามจำกัดให้จำนวนกวางน้อยลง โดยการนำมาทำเป็นอาหาร .. แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เค้าไม่ได้ฆ่าไปเรื่อย เค้ามีการคำนวนแล้วว่าปีนึงฆ่าได้กี่ตัวค่ะ

ส่วนเนื้อกวางเนี่ย จะมีธาตุเหล็กสูง คอเรสเตอรอลต่ำ เลยถือว่าเฮลตี้ เหมาะกับผู้หญิงทานเลยค่ะ

ส่วนตัวเรากินแล้ว มันก็ต่างจากพวกเนื้อและแกะนะ คือมันก็มีกลิ่นเฉพาะของมัน ไม่ได้สาบ แต่ก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ถึงกับติดใจนะคะ กินให้พอรู้ก็พอแล้ว ถ้าครั้งหน้ามีให้เลือก ก็จะสั่งเนื้อวัวดีกว่าค่ะ แฮ่

 

มาญี่ปุ่นจะหนาวแค่ไหนก็ต้องกิน Soft serve ค่ะ อร่อยยยยยยย

-Akan International Crane Centre -

อิ่มแล้วไปต่อกันได้ค่ะ ที่ต่อไปอยู่ไม่ไกลค่ะ ไม่ไกลเลยจริงๆ แค่ฝั่งตรงข้ามถนนแค่นั้น 55555

ที่นี่คือศูนย์ดูนกกระเรียนค่ะ ที่นี่มีนกกระเรียนให้ดูเป็นร้อยตัวเลย แบบไม่ต้องไปนั่งคอย เมื่อไหร่จะมา ไรงี้ คือไปถึงก็เห็นเลยยยยยย  แต่ไม่ได้มีตลอดปีนะคะ จะมีช่วงหน้าหนาวนี่แหละค่ะ

มีช่างภาพมารอถ่ายกันเยอะมากๆ ส่วนใหญ่เค้าจะรอถ่ายตอนนกกางปีกค่ะ ส่วนเราคือไม่มีเลนส์เทเลนะ ก็เลยถ่ายได้ไกลๆแค่นี้ คนอื่นเลนส์นี่ใหญ่แบบบบบบบ น่าจะหนักเป็นสิบโล ซูมทีคงเห็นถึงรูขุมขนนกไปเล้ยยยยยย

-New Akan Hotel-

ก่อนเราจะเที่ยวกันต่อ ก็จะเอาของไปเก็บที่โรงแรมก่อนเหมือนเดิมค่ะ เพราะครั้งนี้โรงแรมกับที่เที่ยวต่อไปอยู่ติดกันอีกแล้วววว เน้นสะดวกสบายเนอะทริปนี้ แฮะะะ

โรงแรมนี้ก็เป็นอีกโรงแรมที่เราชอบนะ ห้องกว้างงงง และมีหน้าต่างใหญ่ๆ ที่เห็นวิว Akan lake คล้ายๆกับห้องเก่าเลย แต่ห้องนี้จะ Modern กว่า และนอกจากเตียงตรงริมหน้าต่างก็จะมีที่นอนกว้างๆ ที่สามารถนอนได้อีก ยอดเยี่ยมมมมมม

ส่วนราคา ห้องนี้อยู่ที่ 24,000 เยน ค่ะ เท่ากับห้องคืนก่อนเลย ซึ่งก็รวมอาหารเช้า/เย็น แล้วเช่นกันค่ะ บุฟเฟ่อาหารเย็นมีให้เลือกเยอะมากกกกกกกๆๆ และคนก็เยอะมากเช่นกัน แนะนำว่าให้รีบลงมากินนะคะ ส่วนโลเคชั่นถือว่าดีเลยยย เพราะอยู่ติดกับ Lake Akan แบบเดินได้เลยค่ะ

-Lake Akan-

เป็นอีกหนึ่งที่ทะเลสาบที่พอเข้าหน้าหนาวแล้วจะกลายเป็นน้ำแข็ง และมีกิจกรรมให้เล่นเยอะมากเลย มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

เริ่มจาก Ice skate ... จริงๆ เราก็เคยเล่นมาก่อนนะ แต่เล่นบทห้างเมื่อหลายปีมากกกกๆ มาแล้ว แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้เล่นบนน้ำแข็งจากธรรมชาติจริงๆ แถมวิวสวยด้วยยยย ฟินมากกกกกก

แต่ถ้าถามว่ายากมั้ย เราว่ามันก็ยาก คือบนห้างยังมีราวให้จับ ค่อยๆลองทรงตัว อันนี้คือไม่มีเลย 5555555 ล้มก็หลายรอบ แต่ไม่ค่อยเจ็บเพราะกางเกงหนา (แต่วันต่อมาพบว่าเข่าเขียวเลยจ้า) พึ่งมาจับทริปได้หลังๆ คือต้องไม่กลัว อย่ามองเท้า ให้มองไปข้างหน้า แล้วเราจะทรงตัวได้ดีขึ้น

ต่อมาก็มีกิจกรรมตกปลาวากาซางิ เป็นปลาตัวเล็กกกกๆ พอตกเสร็จเราสามารถนำไปให้เค้าทอดกินได้เลย .. คือเราจะต้องเข้าไปตกในเต็นท์ มีทั้งเต็นท์เล็ก สำหรับ 1-2 คน และเต็นท์ใหญ่สำหรับหลายคนค่ะ ที่ต้องตกในเต็นท์เพราะจะได้ไม่หนาวมากค่ะ ส่วนใหญ่ที่หนาวเนี่ยก็หนาวลมกันแหละ แต่เราไม่ได้ตกนะ เราไม่กล้าฆ่าสัตว์ด้วยตัวเองแล้วเอามากินอ่าาาา รู้สึกผิดดดด .. แต่ว่าเราก็ซื้ออันที่เค้าทำไว้อยู่แล้วมากินนะ เอออร่อยดีอะ เค็มๆมันๆดี 55555

ต่อไปปปป มาเล่น bananas boat นี่เอาจริงคือไปทะเลไม่เคยเล่นบานาน่าโบ้ทเลยอะ ตอนเด็กๆ ขี้กลัวเลยไม่กล้าเล่น พอโตมาหายกลัวแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้เล่นซะที แล้วดูสิ!!! ได้เล่นบานาน่าโบ้ทครั้งแรกบนหิมะ!!! 5555555 แต่มันไม่น่ากลัวเลยนะ คงเพราะมันไม่มีคลื่นด้วยแหละ มันก็เหมือนนั่งชมวิวชิลๆ นะ แต่รู้สึกว่ามันสั้นไปหน่อยยย แป้บบบบเดียวเอง ยังไงรอดูในวีดีโอกันเนอะ

นอกจากนี้ยังมี Snowmobile ด้วยนะคะ แต่เราไม่ได้เล่น เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดค่ะ

ส่วนตอนกลางคืนช่วงนี้จะมีเทศกาล Lake Akan Ice-Aisu-Akan “Fuyu Hanabi” ซึ่งเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟหน้าหนาวค่ะ .. วันที่เราไปเป็นวันเปิดเทศกาลวันแรกด้วยยย ซึ่งพลุสวยนะ แต่เราถ่ายพลุไม่เป็นเองแหละ 55555 ส่วนในงานก็จะมีกิจกรรมนิดๆหน่อยๆ ค่ะ

จบงานเทศกาลแล้วเราก็กลับไปแช่ออนเซนที่โรงแรมค่าาาา ทีนี่ก็เหมือนกันคือมีออนเซนแยกชายหญิง มีโซนนอกและใน เสียดายตรงที่จริงๆ ออนเซน outdoor ที่นี่วิวดีมากเลยนะ แต่เรามาตอนดึกก็มองวิวไม่เห็นแล้วววว  จะแนะนำว่าถ้าใครมาช่วงมีพลุเนี่ย ให้มาแช่ออนเซนไปด้วยดูพลุไปด้วย มันต้องฟินมากแน่ๆ เลยยยยยยยย

day3

lake mashu - Shiretoko Drift Ice Fest

เมื่อวานอาจจะลืมบอกไปว่านอกจากออนเซนแยกแล้ว ที่นี่ยังมีออนเซนรวมอยู่บนดาดฟ้าด้วยจ้า!!! แต่เดี๋ยววว อย่าพึ่งตาโตหน้าแดงเขินอายค่ะ ออนเซนรวมเนี่ยเค้าบังคับให้ใส่ชุดว่ายน้ำด้วยนะคะ หรือถ้าไม่ใช่ชุดว่ายน้ำก็จะเป็นชุดที่เค้ามีเตรียมไว้ให้ (อย่างที่เราใส่ในรูปเลยค่ะ)  เช้านี้เราเลยมาลอง เสียดายที่หมอกลงจัด ถ้าเห็นวิวจะดีมากกกกกก เพราะจะได้เห็นวิวภูเขาไฟเลย ฮืออออ .. แต่มาเช้าก็ดีอย่างคือไม่มีคนเลยค่ะ

วันนี้เราไม่ได้มีกิจกรรมเยอะเท่าไหร่ค่ะ พี่ภูริมาถ่ายรายการเล่นสโนวบอร์ด ส่วนเราเล่นไม่เป็นก็เลยเล่นสเลทรอค่ะ 5555555  เล่นไปเล่นมาได้เพื่อนใหม่ด้วย ชื่อน้องเกนตะ น่ารักมากกกกๆ

-lake Mashu -

ตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดพักรถ มีวิวทะเลสาบ mashu อยู่ .. วันที่เราไปจริงๆฟ้าหม่นมาก เราทำใจไว้ว่าคงไม่ได้สวยงามอะไรมากมาย แต่มาถึงแล้วผิดคาดค่ะ เพราะวันนี้ทะเลสาบครึ่งนึงเป็นน้ำ และอีกครึ่งเป็นน้ำแข็ง! มันสวยยยยยมากกกกก และเค้าบอกว่าวิวแบบนี้นานๆจะเห็นทีด้วยค่ะ ดีจังเลยยยย

ข้างล่างจุดชมวิวจะมีร้านขายของฝาก มีของเยอะมาก มาเดินเล่นเพลินๆ ซื้ออะไรไปฝากคนที่ไทยกัน อ่อแล้วก็มีของกินนิดหน่อย สตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่มากกกกก ต้องซื้อกลับให้ได้  ส่วนเราซื้อ Softserve กับข้าวโพดกินค่ะ อร่อยดีนะ

-Shiretoko Grand Hotel Kitakobushi -

สำหรับที่พักคืนนี้ เป็นที่พักที่เราชอบมากกกกกกกกกๆๆๆ แบบหรูมากกกก เปิดห้องเข้าไปตกใจเลย มีเตียงใหญ่ๆ ห้องนั่งเล่นก็ใหญ่มาก นอนได้อีก 2 คนเลย ห้องน้ำไม่ใหญ่มาก แต่มีครีมมีอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แต่ความพีคคือมีระเบียงง ระเบียงมันพีคตรงไหนรู้มั้ย ตรงที่มีออนเซนด้วยยยย!! คือแบบบบบบ มีออนเซนส่วนตัวในห้องเลยอะแกกกกก มันดีมากกกก ฟินมากกกก แช่น้ำมองวิวสวยยยยยยๆ!!!

ราคายอมรับว่าโหดอยู่ 40,000 เยน ต่อคืน แต่ถ้างบถึงนะ จัดเลย มันคุ้มมากกกกกๆๆๆ มันไม่ใช่แค่ห้องดีนะ แต่ Buffet ทั้งอาหารเช้าและเย็นคือพีคมาก มีให้เลือกเยอะและอร่อยยยยยมากกกกกทุกอย่างงงงง ตื่นตามากกกกๆๆ เดี๋ยวพาไปดูว่ามีอะไรบ้าง แต่ของอาจจะน้อยหน่อย เพราะกว่าเราจะไปกินเค้าก็จะปิดแล้ว ถ้าใครชอบกินเนื้อ บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดดดด เนื้อนุ่มละลายในปาก เหมือนไปกินร้านแพงๆเลยอะ พวกปลาดิบไรงี้ก็สดมากกกๆๆ ขนมหวานอร่อยมากกก คือลองคิดดูว่าอาหารดีๆ ขนาดนี้สองมื้อ กับห้องกว้างขนาดนั้น มันจะไม่คุ้มได้ไงงงงง สุดคุ้มแล้ววววว!!!!

-Shiretoko Drift Ice Fest -

จากโรงแรม จะมี shuttle bus ไปส่งที่เทศกาลเลยค่ะ เทศกาลนี้พึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สอง เราคิดว่าคงไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่มั้ง แต่กลายเป็นว่าไปถึงแล้วผิดคาดดมากกก  มาค่ะเดี๋ยวเราพามาดู .. หลังจากเราซื้อตั๋วค่าเข้าแล้ว เราสามารถเอาคูปองไปแลกเครื่องดื่มร้อนได้ เราแลกโกโก้ร้อนมา กินตอนอากาศหนาวๆ นี่ฟินเลยยยยย

เดินเข้ามาอีกนิดเห็นไฟที่เค้าจัดตามทางก็สวยดีนะคะ มีคนปิ้งมาชเมลโลวกินด้วย (สามารถซื้อได้ตรงที่เดียวกับที่แลกโกโก้เลยค่ะ) แล้วก็มีเป็นเหมือนเต็นท์ที่ผูกกับต้นไม้ ไว้นอนเล่นดูดาว (อันนี้ไม่ได้ลองนะคะ สงสัยเหมือนกันว่ามันจะเห็นดาวจริงหรอ แต่มันดูน่าสบายมากเลย ) แล้วก็มีเป็นเหมือน igloo ที่เอาไว้หลบลม นั่งเล่นกันด้วย สวยยยย

เดินไปอีกซักพักเจอ Ice Bar ที่แบบบบบบสวยยยยยมากกก คือจะทำคนละแบบกับที่แรกที่เราเคยไปนะคะ อันนี้ไม่ได้เน้นเนี้ยบ แกะสลักสวยๆ แต่ฟีลจะเหมือนถ้ำน้ำแข็งที่มีหินงอกหินย้อยจริงๆ แล้วคือเค้าจัดไฟสวยมากๆค่ะ เครื่องดื่มที่นี่ก็อร่อยยยยยย ใครมาแนะนำให้เข้ามาลองนะะ

 

สุดท้ายเราไปซื้อชุดปิ้งมาปิ้ง ในนี้จะมีมาชเมลโลว ปลาแห้ง และชีสสสส ... คือมาชเมลโลวปกติเราจะเฉยยยๆ นะ แต่พอมากินแบบปิ้งแล้วอากาศหนาวๆ เราก็รู้สึกว่าเออ มันอร่อยแฮะะะ แต่ที่ติดใจเนี่ยไม่ใช่มาชเมลโลวค่ะ มันคือปลาแผ่นแห้งนี่แหละค่ะ กินเดี่ยวๆ ก็ได้ แต่ถ้าให้ฟิน ต้องกินพร้อมกับชีสสสสส มันดีจนแบบบ โอ้ยยยย โหยหาาา อยากกินอีกกก ทำไงดี!!!!

day4

Aurora - Okhotsk Ryuhyo Museum - Abashiri Prison Museum

-Abashiri sightseeing icebraker -

วันนี้วันสุดท้ายแล้วเนอะ เดี๋ยวเราจะไปดูเรือตัดน้ำแข็ง Aurora กันค่ะ เอาจริงๆ มันคล้ายๆ เรือที่พาชมวิวนั่นแหละ แต่มันจะแล่นผ่านธารน้ำแข็ง แล้วธารน้ำแข็งก็จะแตกเป็นทาง ถ้าวันไหนโชคดีก็จะได้เห็นแมวน้ำด้วย แต่เราไม่เห็นแมวน้ำ เจอแต่เหยี่ยว ตัวใหญ่มากกกก .. ลองไปดูบรรยากาศกันนะคะ

ก่อนไปต่อ เราขอแวะนั่งกินอะไรร้อนๆ ใน Cafe ข้างๆ ท่าเรือ เพื่อรอดูเรือออกซะหน่อยยย อยากจะบ๊ายบายคนบนเรือบ้าง เพราะตอนเราอยู่บนเรือ คนในร้านต่างๆ ทั้งลูกค้าทั้งพนักงาน ก็จะเดินออกมาโบกมือให้ จนเรือลับไป เราว่ามันน่ารักดีเลยอยากทำบ้าง แฮะะะะๆๆ

-Fat bike ride -

มาค่ะ เราจะไปปั่นจักรยานกัน ท่ามกลางหิมะเนี่ยแหละะะ!!  หลายๆคนอาจคิดว่าบ้าไปแล้ว ซึ่งก็อาจจะบ้าจริงๆ ก็ได้ คนอะไรมาปั่นจักรยานกลางหิมะ ก็เรานี่แหละค่ะ 5555  เอาจริงเลยตอนเห็นก็ตกใจเหมือนกัน ว่าทำไมล้อมันใหญ่ขนาดนี้ แต่พอเห็นที่ที่เราต้องปั่นก็เข้าใจ คือเราต้องปั่นท่ามกลางหิมะ (ที่จริงๆมันคือทราย) ไม่ใช่หิมะบางๆนะ หนาด้วยยย ร่วนด้วยยยย ไม่ต้องพูดเลยว่ามันจะปั่นยากแค่ไหน คือยากมากกกก และเหนื่อยมากๆๆๆ เกียร์ต่ำสุด ขารัวสุดดด

 

มันก็คือหนึ่งในการออกกำลังกายนั่นแหละ จากหนาวๆ อยู่นี่ร้อนเลย ข้างในเปียกแฉะไปหมด ถ้าใครชอบออกกำลังกายหรือชอบปั่นจักรยานก็มาลองอะไรใหม่ๆ แบบนี้ได้ค่ะ

-Okhotsk Ryuhyo Museum -

ต้องขอสารภาพก่อนว่าตอนมาที่นี่ เราลืมเอากล้องลงมาค่ะ เลยไม่มีรูปมาให้ดูเลยยยย ขอเล่าแทนแล้วกันะคะ คือที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือในทะเล Okhotsk (โอคอต) ในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีห้องจำลองอุณหภูมิ -15 องศา เค้าให้เอาผ้าขนหนูเข้าไปหมุนๆ หมุนอยู่สิบกว่าทีผ้าแข็งโป๊กเลยยย คิดดูว่าหนาวแค่ไหน  เดินมาอีกห้องจะเจอห้องของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ทะเลน้ำแข็ง หน้าตาแปลกๆทั้งนั้น อย่างตัวนี้ชื่อ Clione หรือผีเสื้อทะเล เป็นสัตว์ที่อยู่ในตระกูลหอย เค้ากินแพลงตอนนะ แต่ไม่กินอะไรเป็นปีก็อยู่ได้ แล้วเค้าก็จะอยู่แค่ในที่หนาวจัดค่ะ

นอกจากนั้นก็จะมี VDO ให้ชมเกี่ยวกับแผ่นน้ำแข็งที่เราเห็นบนเรือ Aurora รวมถึงนิทรรศการที่ให้ความรู้ต่างๆ ว่าเกิดขึ้นได้ยังไง แต่เราบอกได้เลยว่า จำนวนน้ำแข็งลดลงทุกปีเพราะโลกร้อนค่ะ สัตว์หลายๆ ชนิดก็เริ่มลดจำนวนลงนะ อย่างเช่นแมวน้ำเนี่ย ปกติลูกแมวน้ำเค้าจะอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง พอแผ่นน้ำแข็งน้อยลง ลูกแมวน้ำไม่มีที่อยู่ ก็ทำให้ถูกล่าได้ง่ายขึ้นค่ะ แงงง สงสารน้องงง

ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความรู้นะคะ แต่มีของกินด้วยยยย อย่างแรกคือ Softserve ที่นี่เค้าก็ได้รางวัลนะคะ ตัวไอศกรีมไม่แน่ใจว่ารสอะไร แต่ทีเด็ดอยู่ที่เกลือสีฟ้าที่โรยค่ะ เค็มๆ ตัดกับไอศกรีมที่หวานมัน ลงตัวเลยค่ะ

และข้างบนจะมีร้านอาหารเป็นกระจกรอบด้านเพื่อให้มองวิว อาหารถือว่าอร่อยใช้ได้เลยนะคะ มีรูปให้ดูนิดหน่อยจากโกโปรค่ะ ลองดูนะคะ

-Softserve -

กินไอศกรีมอีกแล้วค่าคุณณณณ แต่หาชื่อร้านภาษาอังกฤษไม่เจอ อ่านญี่ปุ่นก็ไม่ออกจ้าาา ก็ตามภาพเลยยยย คือร้านนี้ก็เป็นร้านที่ได้รางวัลเช่นกัน (ได้รางวัลกันทั้งเมืองแล้วมั้งเนี่ยยย) แต่เสียดายที่วันนี้รสที่ได้รางวัลเค้าหมดแล้วจ้าาา เลยสั่งรสขายดี คือรสถั่วพิตาชิโอแทน ส่วนอีกรสลองรสน้ำแข็งค่ะ

ส่วนตัวชอบรสถั่วนะ มันๆ ดีค่ะ แต่รสน้ำแข็งเฉยๆ .. อ่อ ได้ลอง chocolate ของเพื่อนด้วย ชอบนะ เข้มข้นมากๆ

- Abashiri Prison Museum -

พิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบาชิริ เป็นเรือนจำเก่า รัฐบาลเห็นว่าตรงนี้มันกันดารดี น่าจะหลบหนียาก เลยมาสร้างคุกไว้ที่นี่ โดยเกณฑ์นักโทษให้มาสร้างถนนผ่ากลางฮอกไกโด จากซัปโปโรมาอะบาชิริ และสร้างคุกไม้ด้วย แต่ด้วยสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเลยทำให้ระหว่างก่อสร้าง มีนักโทษเสียชีวิตกว่า 200 คน ... ปัจจุบัน นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็ยังถือเป็นอนุสรณ์สถานให้เหล่านักโทษที่เสียชีวิตจากการทำงานด้วยค่ะ

ที่นี่จะมีทั้งห้องขังแบบเก่าและแบบใหม่ให้ดู ลองมาดูแบบใหม่กันก่อน อันนี้คือเป็นคุกแบบทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยจะหน้าตาแบบนี้ มีทีวีในห้องให้ดูได้อย่างอิสระจนถึงสามทุ่มค่ะ (เอาจริงห้องถือว่าโอเคเลย แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะอยากอยู่นะ 55555 )  อ่อ ที่นี่จะมีร้านอาหารที่จำลองอาหารในคุกไว้ให้ลองทานกันด้วยค่ะ

ส่วนโซนนี้จะเป็นคุกเก่า เป็นคุกไม้ ... เดินๆ ไปเจอห้องนึงที่แบบดูแน่นหนากว่าห้องอื่น ไกด์เล่าว่า ห้องนี้ไว้ขังนักโทษคนนึงที่เค้าแหกคุกที่อื่นมาแล้วสองครั้ง เลยเอามาไว้ที่นี่ และเวลาผ่านไปหนึ่งปีครึ่ง เค้าก็แหกคุกไปได้อีก! วิธีที่เค้าใช้นี่แบบสุดยอดมาก คือเค้าใช้สิ่งที่เป็นอาหารของคนญี่ปุ่นแบบเบสิคๆ เลย อย่าง “ซุปมิโซะ” !!!  ทำไงรู้มั้ยคะ... เอาอมซุปไว้ แล้วพ่นใส่ช่องเหล็กตรงประตู เพื่อให้มันกัดจนเหล็กกร่อน จากนั้นก็งัดเหล็กออก แล้วก็ออกมา ปีนขึ้นไปบนหลังคาซึ่งเป็นกระจก แล้วเอาหัวโหม่งกระจก แหกคุกออกมาเลยจ้าาาา  ... หลังจากนั้นอีกสองปีเค้าก็โดนจับอีก แล้วก็แหกคุกมาได้อีกค่าาาา Prison break ตัวจริงเลยคนนี้ (มีเอามาทำเป็นหนังด้วย แต่ไม่รู้ชื่อเรื่องแหะ แต่เค้ามาถ่ายที่จริงเลยนะ)

และก่อนจะปิดทริป อยากจะแนะนำว่าเวลามาเที่ยวที่อากาศหนาวมากๆ แบบนี้ เราควรเตรียมตัวดีๆ ค่ะ เพราะถ้าเราเตรียมมาไม่ดี จะเที่ยวไม่สนุกเลยยยย น้ำมูกจะไหล แสบผิว แล้วความหนาวเนี่ยมันทรมานมากกกกๆ นะคะ ... ก่อนมา เราถามพี่ที่พึ่งไปมา หลายๆคนบอกว่าหนาวมาก ต้องใส่เสื้อถึง 4-5 ชั้น แต่เราไม่ชอบใส่หลายชั้นขนาดนั้น ถ่ายรูปออกมาแล้วดูอ้วนเหมือนหมี เราเลยใส่แค่ 3 ชั้นค่ะ ...

  • เคล็บลับอยู่ที่ตัวในสุดต้องอุ่นมาๆ เราใส่ Base layer ของ The North Face ค่ะ อุ่นมากกกกๆ 
  • ส่วนชั้นต่อมาก็จะเป็นเสื้ออะไรก็ได้ บางวันเราก็จะใส่เสื้อไหมพรมที่ตัวไม่หนามากค่ะ เพราะชั้นนอกสุดเราจะใส่เสื้อขนห่าน ถ้าตัวกลางใส่หนา มันจะดูอ้วนเป็นหมีเลย
  • เสื้อขนห่านเราใส่ของ The North Face ค่ะ อุ่นมากกกกกก ช่วยชีวิตที่สุดดดดดด รุ่นนี้จะสามารถโดยละอองน้ำได้อยู่นะคะ เราไปเจอหิมะตกหนักมากๆ ก็เอาอยู่ค่ะ
  • ถุงมือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ ไม่งั้นจะรู้สึกเหมือนมือขาดไปเลย5555 อันนี้ก็ใส่ของ The North Face เหมือนกันค่ะ สามารถสัมผัสหน้าจอมือถือได้โดยไม่ต้องถอดถุงมือนะคะ
  • รองเท้า รุ่นนี้จะเดินลุยหิมะได้ ไม่ลื่นด้วย แต่เราแนะนำว่าถ้าหนาวมากควรใส่ถุงเท้าหนาหน่อยนะ ความโง่ของเราคือลืมมมมม หยิบแต่ถุงเท้าบางแบบบางมากกกกกกกก เลยต้องใช้วิธีใส่ 3 คู่ซ้อนกัน 55555555

 

จบแล้วค่าาา สำหรับทริป East Hokkaido ... นี่อาจจะไม่ใช่ฮอกไกโดที่ทุกคนคุ้นเคยกันซักเท่าไหร่ แต่เราเชื่อว่าถ้าใครได้ลองมาแล้วจะติดใจนะคะ ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม และกิจกรรมที่สนุกสนาน มากันได้ทั้งครอบครัว เพื่อน หรือจะคู่รัก ก็ได้หมดเลยยย ลองเที่ยวที่ใหม่ๆ กันดูบ้างงงง โลกนี้ยังมีที่ที่น่าค้นหาอีกเยอะ 🙂