หน้าหนาวทีไรใจบอกให้ขึ้นเหนือทุกที 🙂

ครั้งนี้เรามารับลมหนาวที่จังหวัดเชียงรายกัน 3วัน 2คืน ไม่ได้มาทำกิจกรรมอะไรเยอะแยะ แค่อยากมาหาอะไรกินอร่อยๆ ในตัวเมือง แล้วขับรถขึ้นไปสัมผัสอากาศดีๆ สูดความสดชื่นให้เต็มปอด บนดอยแม่สลอง  ไปชมดอกไม้สวยๆ บนดอยตุง และแน่นอนที่เชียงรายไร่ชาเยอะ เราก็ไม่พลาดที่จะไปไร่ชาฉุยฟงที่มีทั้งเครื่องดื่มและขนมหวานชาเขียวที่อร่อยยยพร้อมบรรยากาศดีๆ  ทริปนี้อิ่มทั้งใจอิ่มทั้งท้องกันไปเลยยยย

ใครเวลาน้อยแต่อยากได้ความชิลและความหนาวก็ตามเรามาได้ เก็บเสื้อหนาวคู่ใจใส่กระเป๋าแล้วไปเชียงรายกัน!

ทริปนี้ทั้งกระเป๋าเรามีแต่ Uniqlo เลย เป็นอีกแบรนด์ที่เราชอบมากกกกๆ ทั้งเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวันแบบ Life wear คือใส่ได้ทุกวัน เพราะว่าใส่ง่าย ใส่สบาย ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ดูดี ทำให้ใส่ได้ตลอดไม่มีเบื่อ และเสื้อกันหนาวของ Uniqlo ก็เป็นอะไรที่ต้องติดกระเป๋ามาในทริปที่อากาศหนาวเพราะกันหนาวได้ดี แถม Mix กับเสื้อผ้าได้ง่ายมากด้วยค่ะ   เวลาจัดกระเป๋าไปเที่ยวทีก็ไม่ต้องมาปวดหัวว่าจะใส่ตัวไหนกับอะไร เพราะโทนสีของ Uniqlo เอามา match กันง่ายมากกก ไม่เชื่อลองเดินดูใน shop ของยูนิโคลได้ค่ะ มีหลายสาขาทั่วประเทศ เดินไปเดินมา รู้ตัวอีกทีมีเสื้อผ้าติดมือมาเยอะจนต้องร้องขอตะกร้ามาใส่ หรือถ้าใครอยากนอนช้อปอยู่บ้านก็เข้าไป shop online ได้ที่ www.uniqlo.com/th/store/

Day 1

ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มทริปกัน! ก่อนอื่นเราจะเริ่มจากในเมืองกันก่อนนนน

1. ข้าวซอยวิจิตรา

สิ่งที่รอคอยทุกครั้งเวลามาเที่ยวภาคเหนือก็คือข้าวซอยยยยยย’ !!   ไม่รู้ทำไมแต่จะชอบรู้สึกว่าข้าวซอยภาคเหนือมันจะลำขน๊าดดดดด (อร่อยมากกกกก)  ครั้งนี้เลยมาลองร้านข้าวซอยขึ้นชื่อของที่นี่กันค่ะ   และความไม่ธรรมดาของที่นี่ นอกจากจะเรืองรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีเมนูหลากหลายด้วยยยย มีข้าวซอยแซลมอน ข้าวซอยซีฟู้ดอะไรแบบนี้ด้วยนะ  ส่วนเราสั่งแบบเบสิคๆ คือข้าวซอยเนื้อ และข้าวซอยไก่ค่ะ

ที่อยากจะบอกคือข้าวซอยเนื้ออร่อยยยยยมากกกกกก เนื้อนุ่มมากๆ เครื่องแกงก็เข้มข้นนะ เราชอบกินข้าวซอยแบบรสชาติเข้มข้น ไม่ชอบน้ำใสๆ แล้วร้านนี้คือทำได้ดีมากเลย ถูกใจมากกกก อร่อยจริงๆๆ

อีกอย่างที่อร่อยคือหมูสะเต๊ะค่า หมูหอมและนุ่มสุดๆ แต่ไม้นึงไม่เยอะมาก เราเลยเบิ้ลเลยสองชุด อร่อยยยย!

2. The wanderer

คาเฟ่นี้จะเข้ามาลึกนิดนึง สมชื่อ Wanderer เลยยยย  พอเข้ามาถึงสิ่งแรกที่เห็นคืออุโมงค์ต้นไม้ เข้าไปก็จะเจอต้นไม้ ต้นไม้ และต้นไม้  คือที่นี่ร่มรื่นมาก เขียวขจีเต็มไปหมด ด้วยความที่วันนั้นมีฝนตกปรอยๆ อยู่พักนึง เลยทำให้อากาศดีมากก เย็นสบายเลยค่ะ

เราสั่งเครื่องดื่มและขนมไป 3 อย่างค่ะ  ที่ชอบคือ Coconut pie เป็นพายมะพร้าวววอร่อยดีค่ะ หอมๆ นุ่มๆ  หลังจากสั่งแล้วก็ไปหาที่นั่งทานได้เลย    ซึ่งก็จะมีหลายโซนให้เลือกนะ มีทั้ง indoor และ outdoor แต่วันนั้นฝนตกๆ หยุดๆ เราเลยนั่ง indoor ละกันนน นั่งโซนที่เป็นเรือนกระจกค่ะ โดยรวมถือว่าบรรยากาศดีเลย นั่งเล่นได้ชิลๆ

3. วัดร่องเสือเต้น

คิดว่าวัดร่องขุ่นแปลกแล้ว วัดร่องเสือเต้นก็แปลกไม่แพ้กันเลยยยย แว๊บแรกที่เห็นในรูปคืองง วัดอะไรทำไมสีน้ำเงินนนน แต่พอมาเห็นของจริงก็รู้สึกว่าสวยยยยย และแปลกตาดีค่ะ ถ่ายรูปออกมาดูสวยและขลังไปอีกแบบ แต่ถ้าจะมาแนะนำว่าให้มาเช้าหน่อยยเพราะไม่งั้นจะคนเยอะมากๆ

4. สวรรค์บนดิน

อีกหนึ่งคาเฟ่ที่อยู่ในลิสมานาน วันนี้ได้มาแล้วววววววว ที่นี่นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้วยังเป็น homestay ด้วยค่ะ มีแค่ไม่กี่ห้อง ต้องรีบจองกัน

แต่ทริปนี้เนื่องจากเราตั้งใจจะขึ้นไปนอนบนดอยกัน เราเลยไม่ได้นอนที่นี่นะคะ มาแค่ในส่วนของคาเฟ่ค่ะ

เราสั่งอัญชันลาเต้ กับคุ้กกี้ไป โอเคเลยค่ะ อร่อยหอมๆ ไม่หวานเลย เหมาะกับคนไม่ชอบทานหวานค่ะ และอีกแก้วนึงที่ไม่แน่ใจว่าคืออะไร แต่จะทั้งเปรี้ยวๆหวานๆแล้วก็ซ่าหน่อย ดื่มแล้วสดชื่นดีค่ะ

แต่ที่ติดใจที่สุดคือออออออออไข่เจียวอัญชันคือคนไม่ค่อยรู้ว่ามี แต่มันคือ Hidden gem เลยนะ อร่อยยยยมากกกกกก เป็นสิ่งที่ควรสั่งถ้ามาที่นี่

ขับรถขึ้นดอยกันดีกว่าาาาา  เราชอบเวลาไปต่างจังหวัดแล้วขับรถกันนะ ชอบเวลาได้คุยกันเรื่องนู้นเรื่องนี้ ฟังเพลง ร้องเพลงบ้าๆบอๆ กันบนรถ แล้วที่สำคัญคือเจออะไรสวยๆข้างทางก็แวะจอดได้

การเดินทางในทริปเราขับรถกันค่ะ เช่ารถจากเว็บ rentconnected.com  คือเค้าจะมีเปรียบเทียบราคารถด้วย ไม่ต้องนั่งเปิดทีละเว็บเปรียบเทียบเองให้เสียเวลา  พอเจอรถที่ถูกใจแล้วก็เช่าได้เลย รับรถได้ที่สนามบิน สะดวก ง่าย และประหยัดค่ะ   หรือใครจะเช่าผ่าน app ก็ได้นะคะ สะดวกเหมือนกันค่ะ

นี่คือแวะข้างทาง อากาศเริ่มเย็นแล้วค่ะ  เอาผ้าคลุมมห่มให้หายหนาวหน่อยย ผ้าคลุมของยูนิโคล่รุ่นนี้ผืนใหญ่มากค่ะ สามารถคลุมได้ทั้งตัวเลยและใช้ได้ทั้งสองด้านด้วย ตรงช่วงคอจะเว้าทำให้เวลาเราคลุมแล้วจะพอดีล้อค ไม่เลื่อนไม่หลุดค่ะ

คุ้มนายพล

แล้วเราก็ขึ้นมาถึงดอยแม่สลองกันแล้วววววว   ทริปนี้เราจะพักกันบนดอยแม่สลองสองคืนเลยค่ะ เราพักกันที่คุ้มนายพล  นะคะ เดี๋ยวจะพาไปดูที่พักกัน   ห้องที่เราพักชื่อว่าบ้านซากุระค่ะ บ้านนี้จะอยู่โซนในสุดที่ไม่เห็นวิวนะคะ แต่ก็สามารถเดินไปได้นิดเดียวถึงค่ะ แต่เราชอบทรงบ้านซากุระสุด ที่สำคัญคือบ้านซากุระมีอ่างด้วยยยย อากาศหนาวต้องแช่อ่างน้ำอุ่น ดีงามที่สุดดดด

ส่วนมื้อเย็นเราไม่ไปไหนแล้ว กินที่นี่แหละค่ะ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยอยู่แล้ววว และมาถึงนี่จะพลาดขาหมูหมั่นโถไม่ได้ เพราะมันคือ The must!

และสั่งอย่างอื่นๆ อีกเยอะมากกกก...  คือจริงๆที่นี่มีโต๊ะจีนด้วย สมมุติแวะมาเที่ยวบนดอยงี้จะแวะมาทานโต๊ะจีนก็ได้ หรือสั่งเป็นอย่างๆ ก็ได้ค่ะ (อาหารจีนที่นี่เด็ดจริง)  ส่วนถ้าใครพักที่นี่ก็จะมีราคาแบบพักอย่างเดียว กับที่พักและอาหารเช้าค่ะ อย่างห้องที่เราพักคือ 2,000 ต่อหลัง นอนได้ 2 คน ราคานี้รวมอาหารเช้าแล้วค่ะ (อันนี้คือราคาในช่วง high season นะคะ ลองเช็คราคาช่วที่จะพักอีกทีได้เลย)

ที่เราสั่งก็จะมี

  • ไก่ดำตุ๋นยาจีน   กลิ่นเครื่องยาจีนไม่ได้แรงมากจนฉุน ซุปหอมกำลังดีค่ะ
  • เห็ดหอมอบซีอิ๋ว  เป็นเมนูที่กะสั่งมากินเล่น แต่ดันกินจริงจังมาก ลงแปบเดียวหมดทันที
  • เป็ดกรอบยูนนาน   กรอบสมชื่อเลยค่ะ หนังกรอบเนื้อนุ่ม
  • ยอดมะระน้ำมันหอย  จานแรกที่เป็นผัก ฮ่าๆ อร่อยดีค่ะ
  • หมูทอดสะดุ้งไฟ   ทั้งๆที่จริงๆมันคือหมูทอดธรรมดาใช่มั้ย แต่ทำไมอร่อยขนาาดนี้ ทำไมๆๆๆๆๆ

 

Day2 - ดอยตุง

ตอนแรกวันนี้จะตื่นมาวิ่ง แต่ไปมาฝนตกตลอดครึ่งเช้าเลยค่ะ เลยต้องเปลี่ยนแพลนเป็น....  นอนยาวๆ 55555

แต่พอเที่ยงฝนหยุดก็ได้เวลาออกไปข้างนอกกันแล้ววว วันนี้เราจะไปดอยตุงกัน  ขับผ่านไร่ชาสวยๆก็ขอแวะซักหน่อยยย

หอแห่งแรงบันดาลใจ

มาถึงดอยตุงแล้วที่แรกที่เราอยากมามากๆ คือหอแห่งแรงบันดาลใจ  เราอาจไม่ค่อยเก่งเรื่องราชาศัพท์เท่าไหร่ ขออธิบายแบบบ้านๆนะ คือที่นี่เป็นนิทรรศการที่เกี่ยวกับพระราชดำริและพระราชจริยวัตรของทั้ง 5 พระองค์ในราชสกุลมหิดล  เริ่มตั้งแต่ประวัติสมเด็จย่า ไล่ไปจนถึงว่าสมเด็จย่าคอยสอนลูกอย่างไร แนวคิดในการเลี้ยงลูกเป็นอย่างไร จุดเริ่มต้นของการเป็นกษัตริย์  ความทุกข์ยากของประชาชนและการแก้ปัญหาอย่างยั่งยื่น

จริงๆ ตอนแรกเรากะว่าจะไม่ได้ลงรูปอะไรเยอะแยะเพราะอยากให้ได้มากันเอง แต่คิดไปคิดมา หลายๆคนอาจไม่ได้มีโอกาสมากันถึงที่นี่ งั้นเราจะลงรูปตรงนี้เยอะหน่อยนะคะ เผื่อว่าใครได้อ่านแล้วอาจเจอแนวคิดที่ดีที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจไปต่อยอดในการดำเนินชีวิต 🙂

ห้องที่1ห้องราชสกุลมหิดล

เพียงหยดน้ำ หนึ่งหยดเล็กๆ ก็ส่งแรงกระเพื่อมสะเทือนไหว แต่ขยายยิ่งใหญ่ กว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด ราชสกุลมหิดล เปรียบได้ดั่งหยดน้ำหยาดลงบนแผ่นดิน สร้างความฉ่ำเย็นให้ชนทั้งมวล

ห้องที่2เรื่องราวของราชสกุลผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

  ห้องนี้จะมีตั้งแต่ประวัติสมเด็จย่า (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) หรือชื่อเดิมคือสังวาลย์กำเนิดในครอบครัวช่างทอง  เด็กหญิงสังวาลย์เป็นเด็กใฝ่ดีและรักการอ่านมาก เมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบก็ได้เข้าถวายตัวเป็นข้าหลวงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ซึ่งได้ทรงพระเมตตาและทรงโปรดให้ไปเรียนหนังสือที่รร.สตรีวิทยา จนอายุ 13 ได้เข้าเรียนโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลศิริราช

 

 

สังวาลย์เป็นเด็กกำพร้า... แต่งงานแล้วก็มาใช้นามสกุลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้เลือกเมียด้วยสกุลรุนชาติ ต้องเกิดเป็นอย่างนั้น ต้องเกิดเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ หม่อมฉันเลือกคนดี ทุกข์สุข เป็นเรื่องของหม่อมฉันเองความตอนหนึ่งจากที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ได้กราบบังคลทูลสมเด็จพระบรมราชชนนี

"เงินที่ฉันได้ใช้ออกมาเรียนหรือให้พวกเธออกมาเรียนนี้ ไม่ใช่เงินของฉัน แต่เป็นเงินของราษฎร ฉะนั้นเธอต้องตั้งใจเรียนให้ดี ให้สำเร็จเพื่อจะได้กลับไปทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ และขอให้ประหยัดใช้เงิน เพื่อฉันจะได้มีเงินช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป"  พระราชดำรัชของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงสงขลานครินทร์

 

แม่ไม่เคยชมเราว่าฉลาดหรืองาม จะชมก็เมื่อประพฤติตนดี ทำอะไรที่น่าสรรเสริญ เราจึงไม่เหลิง...ด้วยการพูดกันให้เข้าใจนี้ทำให้เราเป็นผู้ที่นับถือความจริง มีสัจจะ ไม่หลอกใครและไม่หลอกตัวเอง

 

 

การเรียนคนเดียวจะทำให้เด็กไม่อยากเรียน เพราะไม่มีคนแข่งและไม่สนุกเลยที่ไม่ได้มีเพื่อน จะทำให้นันทไม่มีสุขที่ต้องแบกยศพระเจ้าแผ่นดินจนไม่มีเวลาเป็นเด็ก พระเจ้าแผ่นดินก็จำเป็นมากที่จะต้องปะปนกับคนอื่น จะได้รู้นิสัยคนทั่วไป จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองที่มีการปกครองอย่างประชาธิปไตย

เมื่อครั้งพระโอรสธิดาทั้ง 3 พระองค์ยังทรงพระเยาว์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้โรงเรียนเพาะช่างสมัยนั้นทำแผนที่ประเทศไทย โดยทำเป็นรูปต่อเลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีกล่องไม้พร้อมฝาเปิดปิดสำหรับใส่ด้วย เพื่อให้พระราชโอรสธิดาทั้ง 3 ได้ทรงเล่นเป็นเกมสนุก คล้ายการต่อรูปต่างๆ เป็นการสอนให้รู้จักประเทศไทยและการดูแผนที่ไปพร้อมๆกัน

 

ต้นไม้นี้มันคล้ายๆคน ต้นบานชื่นนี้ ฉันไม่ได้ปลูกด้วยเมล็ด แต่ไปซื้อต้นเล็กๆที่เขาเพาะแล้วมาปลูก แต่มันก็งามและแข็งแรงดี เพราะอะไรหรือ เพราะคนที่เขาขายนั้นเขารู้จักเลือกเมล็ดที่ดีและดินที่เขาใช้เพาะก็ดีด้วย นอกจากนั้นเขายังรู้จักวิธีว่าจะเพาะอย่างไร ซึ่งฉันไม่สามารถทำได้เช่นเขา เมื่อฉันเอามาปลูกฉันต้องดูแลใส่ปุ๋ยเสมอเพราะดินที่นี่ไม่ดีต้องคอยรดน้ำพรวนดินบ่อยๆต้องเอาหญ้าและต้นไม้ที่ไม่ดีออก เด็ดดอกใบที่เสียๆทิ้ง คนเราก็เหมือนกันถ้ามีพันธุ์ดีเมื่อเป็นเด็กก็แข็งแรงฉลาด เมื่อพ่อแม่คอยสั่งสอน เด็ดเอาของที่เสียออกและหาปุ๋ยที่ดีใส่อยู่เสมอ เด็กคนนั้นก็จะเป็นคนที่เจริญและดีเมือนกับต้นและดอกบานชื่นเหล่านั้น

ห้องที่3“การกลับคืนสู่มาตุภูมิของราชสกุลมหิดล”

เดิมที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงตั้งพระราชหฤทัยว่า จะทรงครองราชสมบัติเฉพาะในช่วงการจัดงานพระบรมศพของพระบรมเชษฐาเท่านั้น เพราะยังทรงพระเยาว์และไม่เคยเตรียมพระองค์ในการเป็นกษัตริย์มาก่อน   เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับรถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามบินดอนเมืองเพื่อทรงศึกษาเพิ่มเติมที่สวิตเซอร์แลนด์ ทรงได้ยินเสียงราษฎรคนนึงตะโกนลั่นว่า... ในหลวง อย่าทิ้งประชาชน....  ทำให้ทรงนึกตอบบุคคลผู้นั้นในพระราชหฤทัยว่า ... ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร

ต่อมาอีกประมาณ 20 ปี ทรงเยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัด ทรงได้พบชายผู้ร้องตะโกนคนนั้น ชายผู้นั้นกราบบังคมทูลว่า ที่เขาร้องตะโกนออกไปเพราะรู้สึกว้าเหว่และใจหาย เขาเห็นพระพักต์เศร้ามากจึงร้องออกไปเหมือนคนบ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตอบว่า.....  นั่นแหละ ที่ทำให้เรานึกถึงหน้าที่ จึงต้องกลับมา

 

 

 

 

การที่จะอธิบายว่าพระมหากษัตริย์คืออะไรนั้น ดูเป็นปัญหาที่ยากพอสมควร โดยเฉพาะในกรณีของข้าพเจ้า ซึ่งถูกเรียกโดยคนทั่วไปว่าพระมหากษัตริย์ แต่โดยหน้าที่ที่แท้จริงแล้ว ดูจะห่างไกลจากหน้าที่พระมหากษัตริย์ที่เคยรู้จักหรือเข้าใจกันมาแต่ก่อน

หน้าที่ของข้าพเจ้าในปัจจุบันนั้นก็คือทำอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ ถ้าถามว่าข้าพเจ้ามีแผนการอะไรบ้างในอนาคต คำตอบก็คือไม่มี เราไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราก็จะเลือกทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้วสำหรับเรา

ห้องที่4“ความทุกข์ยากของประชาชน”

"คนเราจะอยู่สุขสบายแต่คนเดียวไม่ได้ ถ้าคนที่อยู่ล้อมรอบมีความทุกข์ยาก ควรต้องแบ่งเบาความทุกข์ยากของเขาบ้างตามกำลังและความสามารถเท่าที่จะทำ" พระราชดำรัช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เป็นห้องที่จะมีแผ่นภาพและเสียงของประชาชนถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ภัยธรรมชาติไปจนถึงความอดยากต่างๆ เป็นร้อยพันปัญหา และเสียงนี้ก็ไปถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทำให้ท่านทรงงานหนักตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ และกลายมาเป็นโครงการต่างๆ จนทุกวันนี้

ห้องที่5“แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน”

ตรงนี้จะมี “Shadow Animation” ด้วย คือจะเป็นจอใหญ่ๆ ที่มีโครงการพระราชดำริ แล้วถ้าเราอยากจะดูโครงการไหนให้เอาเงามือเราไปทาบตรงนั้น ก็จะกลายเป็นภาพเคลื่อนไหว เป็นการ์ตูนน่ารักๆ บอกเล่าเกี่ยวกับโครงการค่ะ

ห้องที่6“แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบนดอยตุง”

เมื่อครั้งสมเด็จย่าอายุได้ 87 พรรษา ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงด้วยการปลูกป่า ปลูกคนหลักการพัฒนาไม่ซับซ้อน เป็นเหตุเป็นผลอยู่บนความจริง จึงเป็นต้นแบบที่ใครๆ ก็ทำได้ เริ่มจากรักษาความเจ็บป่วย แก้ความยากจน และกำจัดความไม่รู้

พระราโชบายในการปลูกป่าที่ดอยตุง คือคนและป่า ต้องอยู่คู่กัน ป่าเจริญงอกงามเพราะคนช่วยดูแลรักษา คนอยู่ได้อย่างผาสุก เมื่อป่าสมบูรณ์ เป็นต้นน้ำ เป็นแหล่งอาหาร แหล่งยารักษาโรค และที่ทำมาหาเลี้ยงชีพ

ช่วยเขาให้ช่วยตัวเขาเอง.... Help people to help themselves.”

ห้องที่7“ห้องแห่งแรงบันดาลใจ”

เราใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเดินครบทั้ง 7 ห้อง อ่านครบทุกๆข้อความ จนทำให้เราแทบไม่เหลือเวลาไปที่อื่นๆเลยวันนี้ แต่เรากลับไม่รู้สึกเสียดายเวลาเลยแม้แต่นิด เราดีใจที่ได้มาที่นี่และได้อ่านข้อความเหล่านี้ เราเชื่อว่าถ้าทุกคนแค่ลงมือทำอะไรซักอย่างให้กับประเทศ ไม่ต้องยิ่งใหญ่ก็ได้ ทำสิ่งเล็กๆ แต่ทำกันทุกคน และรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง แค่นี้ประเทศเราต้องเจริญไปอีกมากแน่ๆเลยค่ะ ลองคิดดูว่านี่แค่ฝีมือของสมาชิกแค่ไม่กี่พระองค์ในราชวงศ์ยังพัฒนาประเทศได้มากขนาดนี้ แล้วฝีมือของคนไทย 60ล้านคน ถ้าร่วมใจกันได้ ประเทศจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน 🙂

สวนแม่ฟ้าหลวง

ออกจากหอแห่งแรงบันดาลใจเดินมาแค่นิดเดียวก็จะถึงสวนแม่ฟ้าหลวง ตรงนี้มีค่าเข้า 90 บาทค่ะ ข้างในจะมีดอกไม้นานาพันธุ์ สวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ เหมือนว่าจะมีลงต้นใหม่ด้วย ใครเดินเหนื่อยๆ มีร้านกาแฟด้วยนะคะ

ฟ้าครึ้มๆ พอแดดไม่มีอากาศก็เริ่มเย็นแล้วค่ะ เราเอาเสื้อแจ็คเก็ตขนเป็ด Ultra Light Down (ULD) ของ Uniqlo ติดกระเป๋ามาด้วย เบาและพกง่ายมากเลยยย ยัดใส่กระเป๋าพกติดตัวได้สบายมาก ประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าไปอีกเยอะ อันนี้น่าจะสีใหม่ด้วย ชอบมากกก สีน่ารักกกก

อีกหนึ่ง Hilight คือเดิน Canopy walk ตรงนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม คนละ 150 นะคะ  ตอนที่เราเดินมีฝนตกปรอยๆ อากาศเย็น หมอกลงด้วยค่ะ  Ultra Light Down ที่พกมาใส่ก็เอาอยู่ อุ่นสบาย เพราะกันละอองน้ำได้ด้วย

เดินบน Canopy walk เสร็จก็ใกล้เวลาปิดสวนแล้วค่ะ  เราเลยเดินทางกลับแม่สลองกันเลย ตอนแรกตั้งใจว่าจะกลับไปดูพระอาทิตย์ตกข้างบนดอย แต่กลับไม่ทัน เลยดูเอาระหว่างทางแทน ก็สวยไปอีกแบบนะคะ  และขากลับก็ได้วิวนี้มาด้วย บ้านใครไม่รู้ แต่น่าอิจฉาจัง อยู่ล้อมลอมความเขียวขจี มีภูเขาและหมอกขาวเป็นฉากหลัง  ได้ใช้ชีวิตธรรมดาๆ แบบนี้ก็มีความสุขแล้ว

DAy 3 (LASt day)

วันสุดท้ายของทริปแล้ว หลังจากที่กินไปเยอะสองวันที่ผ่านมา วันนี้เลยตั้งใจตื่นมาวิ่งงง โชคดีเช้านี้ฝนไม่ตก เลยได้วิ่งสมใจค่ะ   จากหน้าบ้านพักเรา เราวิ่งขึ้นไปที่จุดชมวิวสุสานนายพลต้วนได้เลยค่ะ ไม่ไกล ตอนเช้าไม่มีคนเลย บรรยากาศดี

 

เราใส่ sport bra และ jogger pants ของ Uniqlo แล้วก็คลุมด้วยเสื้อแจ็คเก็ต Blocktech ที่ช่วยกันได้ทั้งลมทั้งละอองน้ำ เช้าๆแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบนดอยค่อนข้างหนาวเลยยย มีหมอกและน้ำค้างด้วย ก็เลยต้องใส่กันไว้ก่อน ไม่งั้นกลับกรุงเทพป่วยขึ้นมานี่แย่เลยยยย และที่สำคัญคือบางมาก เวลาวิ่งก็ไม่เทอะทะ

วิ่งเสร็จก็เหนื่อยสิคะ เหนื่อยแบบนี้จะทำอะไรได้ถ้าไม่ใช่กิน กิน และกินนนน ... ( แล้วจะวิ่งทำไมมมมม!!! )  ก่อนกลับขอเบิ้ลขาหมูหมั่นโถซักหน่อยค่ะ อร่อยและติดใจถึงกับต้องสั่งกลับกรุงเทพ แต่ถ้าใครอยากสั่งก็ต้องบอกล่วงหน้านะคะ เพราะเค้าต้องเอาไปฟรีซก่อน จะได้เอากลับได้ไม่เสียค่ะ

แล้วก็สั่งยำใบชา  หมูสามชั้นทรงเครื่อง  และเห็ดหอมยัดไส้  อร่อยมากกกทุกอย่าง อยากให้ได้กินกัน ถ้าใครไม่ได้นอนนี่อย่างน้อยก็แวะมากินค่ะ ไม่ผิดหวัง กินจนอ้วนละเนี่ยยยย

ไม่ค่อยอยากกลับเท่าไหร่ เพราะบนนี้อากาศดีมาก อย่างบ้านที่เราอยู่นี่คืออากาศดีตลอดทั้งวันเลยค่ะ ขนาดแดดออกยังไม่ร้อนเลย อากาศเย็นๆ  ส่วนเสื้อตัวนี้คือ Fleece ที่เรารักมากกกกก คือนางนุ่มสบายมากกก สีก็น่ารักกกก ใส่แล้วอุ่นด้วยย  คือตอนแรกก็คิดว่ามันจะดูหวานเกินไปหรือเอาไป match ยากมั้ย แต่ก็ไม่ยากเลยค่ะ แค่เสื้อสีขาวกับกางเกงขายาวแบบนี้ หรือจะยีนส์ก็ได้ค่ะ ใส่ถ่ายรูปขึ้นมากกกกก

ไร่ชาฉุยฟง

ถึงเวลาลงจากดอยแล้วว ไปไร่ชาฉุยฟงกันดีกว่า ร้านนี้ได้ยินชื่อมานานว่าขนมและเครื่องดื่มชาเขียวอร่อย แบบนี้ต้องไปลองงงง

เราสั่งมาลองกัน 4 อย่างค่ะ มีโรลชาเขียว บานอฟฟี่ชาเขียว ชาอู่หลงเฉาก๊วย และชาเขียวเย็นนน  อร่อยดีนะ โรลชาเขียวนี่ครีมข้างในอย่างนุ่มมมม   บานอฟฟี่ชาเขียวอันนี้สั่งเลยอร่อยมากกกกก  แต่ที่เราแบบชอบมากๆๆดันเป็นชาอู่หลงเฉาก๊วยค่ะ แฮ่ๆ ชาหอมๆ กับเฉาก๊วยหนึบหนับๆ

ข้างบนขึ้นมานั่งชมวิวได้ค่ะ วิวจะกว้างกว่า จะเป็นวิวไร่ชา บรรยากาศดีมากเลยยยยย แนะนำให้มาเช้าๆ หรือไม่ก็เย็นไปเลยอากาศจะดีมากๆค่ะ

singha park

เหลือเวลาอีกหน่อย ไปแวะไร่บุญรอด หรือ สิงห์ปาร์ค กันค่ะ แต่ความน่าเศร้าของเราวันนี้คือสวนสัตว์ปิด อดป้อนอาหารน้องๆเลยยยยย และตอนนี้อากาศก็ร้อนเกินกว่าจะปั่นจักรยานด้วย เลยนั่งเล่นรอเวลากันซักพัก และไปทานพิซซ่ากันค่ะ ข้างๆร้านพิซซ่าจะมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ด้วย

กว่าจะทานเสร็จก็ไม่ค่อยร้อนแล้วค่ะ ฝั่งตรงข้ามมีที่นั่งเล่นด้วยยยย เราก็นั่งๆนอนๆ ถ่ายรูปเล่น รอเวลาไปสนามบินค่ะ  เสียดายถ้าไม่ต้องรีบกลับก็อยากจะเช่าจักรยานปั่นรอบๆไร่เหมือนกันนะ เอาเป็นว่าเราจะกลับมาอีกให้ได้ 🙂

ถึงเวลาต้องกลับไปสนามบินแล้ว ส่วนขั้นตอนการคืนรถก็ง่ายและสะดวกมากค่ะ เราสามารถขับไปคืนที่สนามบินได้เลย เดี๋ยวเค้าจะเช็ครถซักพัก ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 🙂

จบแล้วทริป 3 วัน 2 คืน แบบชิลๆของเราที่จังหวัดเชียงราย ... จริงๆ เชียงรายยังมีที่น่าเที่ยวอีกเยอะมากๆ แต่ด้วยเวลาเราน้อย และอยากจะเน้นพักผ่อนมากกว่า เลยไม่อยากเหนื่อยไปหลายที่ แต่เราก็ติดใจเชียงรายนะ ชอบที่อากาศเย็นสบายแม้จะยังไม่เข้าหน้าหนาว มันสดชื่นมากกกก ไว้หน้าหนาวจะกลับมาใหม่ แล้วก็จะไม่ลืมพก Uniqlo ติดกระเป๋ามาด้วย เพราะทริปนี้แฮปปี้มากกก ช่วยให้ไม่หนาว ใส่ง่าย และถ่ายรูปออกมาสวยมากก เอาง่ายๆถ้าไปเที่ยวที่อากาศเย็นๆ ไปจนถึงอากาศหนาวเมื่อไหร่ Uniqlo ก็เป็น item ที่ขาดไม่ได้ ต้องพกมากด้วยตลอดค่ะ  🙂